4 ผลงานดี ๆ เพื่อสุขภาพคนไทย 2564
นโยบาย “บัตรทองรักษาทุกที่” ภาคสองของ “30 บาทรักษาทุกโรค”

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (คปสช.) ได้เห็นชอบข้อเสนอเพื่อ “ยกระดับระบบหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ ตามนโยบายของ รมว. สาธารณสุข กรณีผู้มี สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) สามารถไปรับ บริการที่ไหนก็ได้” หรือที่เป็นที่รู้จักกันว่า “บัตรทองรักษาทุกที่”  โดยผู้ป่วยนอกสามารถเข้ารับการรักษาที่หน่วยบริการปฐมภูมิ ทุกที่ในเขต กทม. และปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป ส่วนผู้ป่วยในสามารถเข้ารับการรักษาได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2564 ก่อนที่จะขยายพื้นที่ไปยังเขตสุขภาพต่างๆ ทั่วประเทศในระยะต่อไป โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายก รัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวว่า  นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่จะเป็นภาค 2 ของ 30 บาทรักษา ทุกโรค โดยบริการที่ยกระดับคือเจ็บป่วยทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้ป่วย อาการหนัก สามารถใช้บริการของหน่วยบริการปฐมภูมิได้ทุกท่ี  โดยเริ่มในเขตกรุงเทพมหานครก่อน และตั้งเป้าไว้ว่าใน 2565 จะขยายไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ทั้งนี้ คปสช. ได้มีมติให้พัฒนาระบบบริการ ช่วยลดขั้นตอน แก้ไข ปัญหาต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้ารับบริการให้กับประชาชน สรุปได้ดังน้ี

1. ผู้ป่วยสามารถไปรับบริการกับหมอประจำครอบครัวใน หน่วยบริการปฐมภูมิทุกที่ในระบบบัตรทอง ตามนโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่” โดยเริ่มที่บริการระดับปฐมภูมิ เบื้องต้นนำร่องในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล รวมทั้งเขต สุขภาพที่ 9 (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์) โดยเริ่มต้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 

2. ผู้ป่วยในไม่ต้องกลับไปรับใบส่งตัว เดิมผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง ที่เข้ารับการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล เมื่อใบส่งตัว ครบกำหนด ผู้ป่วยหรือญาติต้องกลับไปยังหน่วยบริการประจำ เพื่อขอใบส่งตัวใหม่ เกิดความไม่สะดวกและเป็นปัญหาในการ รักษาตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยท่ีอยู่ต่างจังหวัด สปสช. จึงได้ปรับระบบให้ผู้ป่วยในสามารถรักษาต่อเนื่องได้ทันที ตามการวินิจฉัยของแพทย์โดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว ใช้เพียงบัตร ประชาชนตรวจสอบตัวตนผู้ป่วย

3. ผู้ป่วยโรคมะเร็งสามารถไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม โดยผู้ป่วยที่ถูกวินิจฉัยแล้วว่าเป็นมะเร็งจะได้ใบรับรอง และประวัติ เพื่อเลือกไปรับบริการที่อื่นผ่าน 3 ช่องทาง คือ สายด่วน สปสช. 1330, แอปพลิเคชัน สปสช. และติดต่อ ที่หน่วยบริการโดยตรง โดยการคิดค่าบริการให้ส่งข้อมูล เบิกจ่ายมายัง สปสช. โดยตรง

4. ผู้ป่วยสามารถย้ายหน่วยบริการโดยได้สิทธิทันที ไม่ต้องรอ 15 วัน เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ประชาชนเรียกร้องมาระยะหนึ่ง ด้วยติดขัดการเข้ารับรักษาในช่วงของการเปลี่ยนหน่วยบริการ ที่ต้องรอ 15 วัน แต่ด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ก้าวหน้า สามารถเชื่อมต่อข้อมูลไปยังหน่วยบริการต่างๆ ทำให้ สปสช. สามารถปรับระบบเพื่อแก้ปัญหานี้ได้ โดยประชาชนสามารถเข้า รับบริการที่หน่วยบริการใหม่ได้ทันทีหลังเปลี่ยนหน่วยบริการ ประจำ รวมถึงกรณีที่ประชาชนเปลี่ยนหน่วยบริการเองผ่าน แอปพลิเคชัน สปสช.



4
ผลงานดี ๆ เพื่อสุขภาพคนไทย

นานาชาติยกย่องไทยรับมือโควิด-19

นโยบาย “บัตรทองรักษาทุกที่” ภาคสองของ “30 บาทรักษาทุกโรค”

นวดไทยขึ้นบัญชีมรดกโลกทางวัฒนธรรม

สสส. คว้ารางวัลองค์กรสร้างเสริมสุขภาพระดับโลก “Nelson Mandela”

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333