การผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย นับเป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูปกฎหมายครอบครัว โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ได้เปลี่ยนแปลงทั้ง “ถ้อยคำ” และ “หลักการ” ของกฎหมาย เพื่อให้รองรับความหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริง หัวใจสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือการเปลี่ยนจากการระบุเพศแบบเดิม เช่น “ชายและหญิง” ไปสู่คำว่า “บุคคลทั้งสองฝ่าย” ซึ่งทำให้การสมรสไม่ถูกจำกัดด้วยเพศอีกต่อไป โดยกำหนดให้บุคคลที่มีอายุครบตามกฎหมายสามารถสมรสกันได้อย่างเท่าเทียม การเปลี่ยนแปลงถ้อยคำดังกล่าวส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อสิทธิและสถานะทางกฎหมายของคู่สมรส

นอกจากการรับรองสิทธิในการสมรสแล้ว กฎหมายใหม่ยังครอบคลุมสิทธิและหน้าที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคู่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการทรัพย์สิน การรับบุตรบุญธรรม หรือสถานะทางกฎหมายของครอบครัว ซึ่งเดิมเคยผูกติดกับเพศชายและหญิง กฎหมายสมรสเท่าเทียมช่วยให้คู่สมรสทุกเพศสามารถเข้าถึงสิทธิทางกฎหมายได้อย่างเท่าเทียม และที่สำคัญ กฎหมายฉบับนี้ยังส่งผลต่อกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยส่งผลให้คำว่า “สามี–ภริยา” ในกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับต่าง ๆ ให้ตีความรวมถึงคู่สมรสตามกฎหมายใหม่ด้วย ยกเว้นในกรณีที่เกี่ยวข้องกับความแตกต่างทางชีวภาพ เช่น การคลอดบุตร ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการปรับระบบกฎหมายตามหลักความเสมอภาค
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากหน่วยงานของรัฐไม่เร่งทบทวนกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกันอย่างเป็นรูปธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้สิทธิที่ถูกเขียนไว้ในตัวบทกฎหมาย กลายเป็นสิทธิที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้จริง
ยังมีอีกหลายบทความทางสุขภาพที่น่าสนใจ ให้ทุกท่านได้อ่านกันใน “รายงานสุขภาพคนไทย เล่มปี 2568” สามารถอ่านฟรีได้แล้ววันนี้ ผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่ www.thaihealthreport.com หรือติดต่อขอรับหนังสือผ่านทางอีเมลได้ที่ thaihealthipsr@gmail.com
ติดตามทุกความเคลื่อนไหว ของ “สุขภาพคนไทย”
Facebook : สุขภาพคนไทย
Instagram : @thaihealthreport
Youtube : สุขภาพคนไทย
TikTok : @thaihealthreport (30 วิสุขภาพคนไทย)
ข้อมูลอ้างอิง
รายงานสุขภาพคนไทย 2569 หมวด สถานการณ์เด่น เรื่อง สมรสเท่าเทียม: การยอมรับทางสังคมของความหลากหลายทางเพศ
สืบค้นจาก :
สถาบันวิจัยและประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล