“เด็กเล็กอยู่กับพ่อแม่เพียงร้อยละ 55.6 ขณะที่ผู้สูงอายุอยู่ลำพังสูงถึงร้อยละ
12.9” ตัวเลขนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคมไทยที่กำลังเกิดขึ้น
การเปลี่ยนผ่านทางประชากร เศรษฐกิจ และสังคม ทำให้บทบาทของครอบครัวไทยค่อย ๆ
เปลี่ยนไป จากหน่วยดูแลหลักของชีวิต
กลายเป็นโครงสร้างที่ไม่สามารถรองรับความต้องการด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ของสมาชิกทุกช่วงวัยได้อย่างเต็มที่
เด็กเล็กจำนวนไม่น้อยเติบโตขึ้นโดยไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ตลอดเวลา
สาเหตุสำคัญมาจากแรงกดดัน
ทางเศรษฐกิจ การย้ายถิ่นเพื่อทำงาน
และรูปแบบการจ้างงานที่ไม่เอื้อต่อการเลี้ยงดูบุตรอย่างใกล้ชิด
การขาดผู้ดูแลหลักในช่วงต้นของชีวิตอาจส่งผลต่อพัฒนาการทางกาย อารมณ์
และสังคมของเด็ก
รวมถึงโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพและการส่งเสริมพัฒนาการอย่างเหมาะสม ในอีกด้านหนึ่ง
ผู้สูงอายุไทยกลับเผชิญกับความโดดเดี่ยวมากขึ้น ปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าผู้สูงอายุมีแนวโน้มอยู่อาศัยตามลำพัง
หรืออยู่กับคู่สมรสที่เป็นผู้สูงอายุด้วยกันเพิ่มขึ้น งานศึกษาหลายชิ้นพบว่า
ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวมีความเสี่ยงด้านสุขภาพที่จะไม่ได้รับการตอบสนอง
รวมถึงภาวะซึมเศร้าและปัญหาสุขภาพจิตสูงกว่าผู้สูงอายุกลุ่มทั่วไป
สถานการณ์
“เด็กห่างพ่อแม่ ผู้สูงอายุอยู่ลำพัง” จึงไม่ใช่เพียงประเด็นเฉพาะกลุ่ม
แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความจำเป็นเร่งด่วนของระบบดูแลระยะยาวและการสนับสนุนทางสังคมในระดับชุมชน
ไม่ว่าจะเป็นบริการดูแลเด็ก ระบบดูแลผู้สูงอายุ
การเสริมสร้างเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง
ตลอดจนการพัฒนานโยบายที่มองสุขภาวะอย่างเป็นองค์รวมตลอดทุกช่วงอายุ
ยังมีอีกหลายบทความทางสุขภาพที่น่าสนใจ
ให้ทุกท่านได้อ่านกันใน “รายงานสุขภาพคนไทย เล่มปี 2569” สามารถอ่านฟรีได้แล้ววันนี้
ผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่ www.thaihealthreport.com หรือติดต่อขอรับหนังสือผ่านทางอีเมลได้ที่
thaihealthipsr@gmail.com
ติดตามทุกความเคลื่อนไหว
ของ “สุขภาพคนไทย”
Facebook
: สุขภาพคนไทย
Instagram
: @thaihealthreport
Youtube
: สุขภาพคนไทย
TikTok
: @thaihealthreport (30 วิสุขภาพคนไทย)