แม้ปัญหาสุขภาพจิตจะถูกพูดถึงมากขึ้นในสังคมไทย
แต่ข้อมูลล่าสุดกลับสะท้อนความจริงที่น่ากังวลว่า คนไทยถึง 89%
ยังเข้าไม่ถึงบริการสุขภาพจิต ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
ขณะที่มีเพียงร้อยละ 8.2 เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงบริการได้
ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่าง “ความต้องการ” กับ
“การเข้าถึงบริการจริง” ที่ยังคงดำรงอยู่ในระบบสุขภาพไทย
เมื่อพิจารณาช่องทางการรับบริการ
จะพบว่าการเข้าถึงผ่านบุคลากรสุขภาพจิตโดยตรงยังอยู่ในระดับต่ำ ประชาชนเพียงร้อยละ
3.7 ที่เข้ารับบริการจากบุคลากรด้านสุขภาพจิต และเพียงร้อยละ
2.8 ที่เข้าถึงผ่านบุคลากรสุขภาพทั่วไป
ขณะที่อีกส่วนหนึ่งหันไปพึ่งพาทางเลือกอื่น เช่น หมอพื้นบ้าน หมอโบราณ พระ
คิดเป็นร้อยละ 4.9 สะท้อนว่าคนจำนวนไม่น้อยยังต้องพึ่งพาระบบนอกกระแสหลัก
เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงบริการที่เหมาะสมได้
ช่องว่างดังกล่าวไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านความต้องการเพียงอย่างเดียว
หากแต่เกี่ยวข้องกับข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของระบบบริการ
ทั้งจำนวนบุคลากรด้านสุขภาพจิตที่ไม่เพียงพอ การกระจุกตัวของบริการใน
ขตเมือง ระยะเวลารอคอยที่ยาวนาน ตลอดจนทัศนคติ ทางสังคมที่ยังทำให้หลายคนลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ
ผลกระทบของการเข้าไม่ถึงบริการสุขภาพจิตไม่ได้หยุดอยู่ที่ระดับบุคคล
แต่ลุกลามไปจนถึงระดับครอบครัว ชุมชน และเศรษฐกิจโดยรวม
ปัญหาสุขภาพจิตที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมอาจนำไปสู่
การสูญเสียประสิทธิภาพการทำงาน ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ตึงเครียด
และค่าใช้จ่ายทางสังคมที่เพิ่มขึ้น
ในระยะยาว
ยังมีอีกหลายบทความทางสุขภาพที่น่าสนใจ
ให้ทุกท่านได้อ่านกันใน “รายงานสุขภาพคนไทย เล่มปี 2567” สามารถอ่านฟรีได้แล้ววันนี้
ผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่ www.thaihealthreport.com หรือติดต่อขอรับหนังสือผ่านทางอีเมลได้ที่
thaihealthipsr@gmail.com
ติดตามทุกความเคลื่อนไหว
ของ “สุขภาพคนไทย”
Facebook
: สุขภาพคนไทย
Instagram
: @thaihealthreport
Youtube
: สุขภาพคนไทย
TikTok
: @thaihealthreport (30 วิสุขภาพคนไทย)