IPSR ร่วมกับ สสส.
บทความสั้น 2565
ภูเบศร์ สมุทรจักร และกัญญาพัชร สุทธิเกษม จำนวนผู้ชม 47 ครั้ง

ในปี 2564 ประเทศไทย มีขยะมูลฝอยประมาณ 24.98 ล้านตัน ในจำนวนนี้ 6.23 ล้านตัน หรือราวร้อยละ 25 มีการกำจัดที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย และสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน เช่น กลิ่นเหม็น น้ำเสียจากขยะปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำผิวดิน แหล่งน้ำใต้ดิน เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค เกิดมลพิษทางอากาศ1

การดำเนินงานด้านการจัดของเสียชุมชนได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันเช่นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่พร้อมใจกันประกาศนโยบายลดใช้ถุงพลาสติก โดยกลุ่มเซ็นทรัลและธุรกิจในเครือตั้งเป้าหมายลดการใช้ถุงพลาสติก 150 ล้านใบในปี 2562   แฟมิลี่มาร์ท รณรงค์ให้ลูกค้าปฏิเสธรับถุงพลาสติก เทสโก้ โลตัส ประกาศเลิกใช้บรรจุภัณฑ์ใส่อาหารที่ทำจากโฟม ทุกชนิดตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นมาทำให้สามารถลดการใช้โฟมลงได้ 51 ตันต่อปี เซเว่น อีเลฟเว่นมีโครงการ “ลดวันละถุง..คุณทำได้” ซึ่งเป็นโครงการที่ต่อเนื่องจากโครงการ “คิดถุง” ที่จูงใจลูกค้าให้ปฏิเสธการใช้ถุงพลาสติกด้วยการเปลี่ยนเป็นเงิน 20 สตางค์ต่อถุงนำไปสมทบทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลต่างๆ เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด รณรงค์ให้ลูกค้านำถุงผ้ามาเอง หากจำเป็นต้องใช้ถุงพลาสติกจะต้องจ่ายในราคาถุงละ 1 บาทเพื่อนำไปสนับสนุนงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

การณรงค์ของอุตสาหกรรมค้าปลีกเหล่านี้มีผลอย่างมากต่อการปรับพฤติกรรมของประชาชนให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และลดปริมาณขยะซึ่งปัจจุบันคนไทยสร้างขยะเฉลี่ยคนละ 1.15 กิโลกรัมต่อคน หรือราว 27.82 ล้านตันต่อปี ใช้ถุงพลาสติกหิ้วราว 45,000 ล้านในต่อปี บรรจุภัณฑ์โฟมราว 6,7000 ล้านชิ้นต่อปี แก้วและขวดพลาสติกราว 9,750 ล้านใบต่อปี2

นอกจากการดำเนินงานของภาคเอกชนแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประเทศไทยจัดให้มีโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน ซึ่งเป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (T-VER) และได้รับการขึ้นทะเบียนกับคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการและกิจกรรมก๊าซเรือนกระจก อบก. เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 ซึ่งโครงการดังกล่าวครอบคลุม 36,644,309 ครัวเรือน โรงเรียน 1,701 แห่งและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 18,935 แห่งที่อยู่ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมีเป้าหมายดำเนินการไปถึงระดับการซื้อขายคาร์บอนเครดิต3

รวมทั้งโมเดล “ขยะสร้างสุข” ซึ่งริเริ่มโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเป็นโมเดลการจัดการขยะอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่การจัดถัง คัดแยกขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ขยะอินทรีย์ และขยะอันตราย ชั่งน้ำหนักและบันทึกขยะแต่ละประเภท โดยขยะรีไซเคิลส่งต่อไปยังชุมชนเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ส่วนขยะอินทรีย์นำเข้าสู่กระบวนการย่อยสลายเพื่อทำเป็นปุ๋ยหมักและแก๊สชีวภาพ ซึ่งโมเดลนี้ได้รับการรับรองจาก The US Green Building Council (USGCB) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับรองให้อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะเป็นอาคารประหยัดพลังงานในระดับแพลทินัม (Platinum)4

ในระดับท้องถิ่น จังหวัดขอนแก่นนับเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาขยะในพื้นที่เขตเมือง จนกระทั่งติดโพลอาเซียนจังหวัดสะอาด-เมืองน่าเที่ยว โดยดำเนินงานต่อยอดขยายพื้นที่เมืองไร้ขยะในกรุงเทพฯ ภายใน 2565 มุ่งขับเคลื่อนไทยสู่สังคม Zero Waste ขณะที่ในกรุงเทพมมหานคร มีการดำเนินการจัดการขยะที่ต้นทางตามนโยบายผู้ว่าฯ ประกอบด้วย 1) การจัดการขยะครบวงจรตามโครงการ “ไม่เทรวม” ซึ่งในปี 2565 มีการนำร่องในพื้นที่ 3 เขต ได้แก่ เขตหนองแขม เขตปทุมวัน และเขตพญาไท ระยะเวลาในการดำเนินการระหว่างเดือนสิงหาคม 2565 ถึงเดือนมีนาคม 2566 (8 เดือน) โดยขอความร่วมมือประชาชนแยกขยะออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ “ขยะเศษอาหาร” และ “ขยะทั่วไป” สำนักงานเขตได้ดำเนินการส่งเสริมชุมชนและองค์กรต่างๆ ในพื้นที่เขตคัดแยกขยะและนำไปใช้ประโยชน์ ตั้งจุดรับมูลฝอยรีไซเคิลในสถานที่ราชการและเอกชน เช่น สำนักงานเขต สถานีบริการน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ

ผลการดำเนินการจัดเก็บขยะอินทรีย์หรือขยะเศษอาหาร เขตหนองแขมสามารถเก็บได้ 9,060 กิโลกรัม เขตปทุมวัน เก็บได้ 17,073 กิโลกรัม เขตพญาไท เก็บได้ 15,724 กิโลกรัม (ข้อมูลน้ำหนักขยะอินทรีย์ ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2565 ถึงวันที่ 18 ตุลาคม 2565) ปัจจุบันได้ขยายการรับขยะอินทรีย์ โดยให้ประชาชนแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการผ่านทางแอปพลิเคชันทราฟฟี่ฟองดูว์ (Traffy Fondue) 2) มีการพัฒนาระบบทิ้งขยะเพื่อปรับสภาพแวดล้อมบนทางเท้าด้วย “กรงตาข่าย” 3) มีจุด Drop Off ตามนโยบายส่งขยะกลับคืนสู่ระบบ ซึ่งกรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับพันธมิตรเครือข่ายสังคมลดขยะ Less Plastic Thailand สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) กลุ่ม PPP Plastics โครงการสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) You เทิร์น by PTTGC และ Z-Safe ดำเนินการโครงการ “มือวิเศษกรุงเทพ” และ 4) มีการเตรียมแผนการจัดการขยะภายในงานกาชาดประจำปี 2565 อีกด้วย5


อ้างอิง

  1. สสส. ชื่นชมศูนย์การเรียนรู้จัดการขยะ จ.ขอนแก่น ต้นแบบชุมชนไร้ขยะ. สืบค้นเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2565 จาก  https://www.thaihealth.or.th/?p=311576
  2. กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (2563). บทบาทภาคเอกชนกับการลดการใช้ถุงพลาสติก สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2565 จาก https://datacenter.deqp.go.th/knowledge/environmentdoc/07th/  
  3. กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (2565). โครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2565 จาก http://www.dla.go.th/upload/document/type2/2022/9/28141_4_1664553774949.pdf?time=1664928840961  
  4. Brandage (2562). สสส. ปิ๊งไอเดียจัดการขยะลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ผุดโมเดล “ขยะสร้างสุข” สืบค้นเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2565 จาก https://www.brandage.com/article/12708/สสส
  5. สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. (2565). กทม.มุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมคัดแยกขยะจากแหล่งกำเนิดเพื่อลดขยะตั้งแต่ต้นทาง. สืบค้นเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2565 จาก https://tinyurl.com/45v3trhd

 

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333 E-mail : thaihealthipsr@gmail.com