IPSR ร่วมกับ สสส.
บทความสั้น 2565
ผศ. ดร.สักกรินทร์ นิยมศิลป์ จำนวนผู้ชม 54 ครั้ง

ความมั่นคงทางอาหารของไทย

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ได้ทำการศึกษาความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทย พบว่า ในปี 2021 ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 51 ของโลกจากทั้งหมด 113 ประเทศ (จากการรายงานของ The Economist Intelligence Unit) แม้ว่าไทยจะเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกก็ตาม โดยความมั่นคงทางอาหารของไทยอยู่ในระดับเฉลี่ย 2 องค์ประกอบ คือ ประชาชนสามารถหาซื้ออาหารได้ง่าย (Affordability) และทรัพยากรธรรมชาติในการผลิตอาหารค่อนข้างมีความยืดหยุ่น (Natural Resources and Resilience) (ไทยอยู่ในลำดับที่ 40 และ 50 ของโลกตามลำดับ) แต่ไทยยังมีจุดอ่อนใน 2 องค์ประกอบ คือ ความพร้อมและความพอเพียงด้านอาหาร (Availability) และคุณภาพและความปลอดภัย (Quality and Safety) (ไทยอยู่ในลำดับที่ 59 และ 73 ของโลกตามลำดับ) ไทยจึงต้องปรับปรุงจุดอ่อนดังกล่าว เพื่อยกระดับความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว1

ทั้งนี้ ttb analytics ได้ทำการศึกษา 5 อาหารหลักของไทย ได้แก่ หมู น้ำมันปาล์ม ไก่ ข้าว และน้ำตาล พบว่า ปริมาณการผลิตยังมีเพียงพอสำหรับการบริโภค (โดยมีสัดส่วนการบริโภคต่อปริมาณการผลิตของ หมู น้ำมันปาล์ม ไก่ ข้าว และน้ำตาล อยู่ที่ 92% 73% 68% 65% และ 24% ตามลำดับ) แต่ปัจจัยที่น่ากังวลคือ ราคาอาหารโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความตึงเครียดของสงครามรัสเซีย-ยูเครน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ดังนั้น ไทยจึงต้องบริหารอุปทานอาหารให้เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศด้วยราคาที่ประชาชนรับได้ โดยอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนในการกำหนดเป้าหมายปริมาณการผลิตที่เพียงพอ และประสานให้เกษตรกรวางแผนการผลิตล่วงหน้า และหากมีการผลิตอาหารส่วนเกินก็ให้ส่งออกเพื่อนำรายได้เข้าประเทศได้

นอกจากปัญหาข้างต้นแล้ว ความเสี่ยงในเรื่องความมั่นคงทางอาหารของไทยประการหนึ่งก็คือ สัดส่วนประชากรที่ขาดแคลนสารอาหารต่อจำนวนประชากรทั้งหมด (Prevalence of Undernourishment หรือ PoU) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปี 2018 FAO รายงานว่า ประเทศไทยมีสัดส่วน PoU อยู่ที่ 9.3% ของประชากรทั้งหมด เทียบกับค่าเฉลี่ยของโลกที่ 8.9% โดยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2016 ขณะที่กลุ่มประเทศที่มีรายได้สูงมีค่า PoU เพียง 2.7% เท่านั้น ซี่งสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสารอาหารที่เพียงพอและหลากหลายของประชากรในประเทศ โดยการแก้ปัญหาของไทยนั้น อาจใช้มาตรการต่างๆ เช่น สนับสนุนเกษตรกรให้ผลิตอาหารที่หลากหลาย สนับสนุนให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจด้านโภชนาการ และช่วยประคับประคองรายได้ของกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อยที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เป็นต้น2

นโยบายและมาตรการของรัฐ

ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังตื่นตัวและให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องความมั่นคงทางอาหาร โดยในการประชุมคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ เมื่อเดือนมกราคม 2565 ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการ ด้านการจัดการด้านอาหารของประเทศไทย ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2566 - 2567) ซึ่งจะเป็นแผนปฏิบัติการ ระยะเวลา 5 ปี ที่อ้างอิงตามกรอบยุทธศาสตร์การจัดการด้านอาหารของประเทศไทย ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2561 - 2580) ระยะ 20 ปี โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างความั่นคงทางอาหารของประเทศที่ยั่งยืน ประชาชนได้รับอาหารที่มีคุณภาพ และมีสุขภาวะที่ดีขึ้นจากการได้รับอาหารที่มีคุณภาพ ทั้งนี้ ตามแผนปฏิบัติการฯ จะดำเนินจัดการด้านอาหารผ่านกลยุทธ์ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านความมั่นคงอาหาร ด้านคุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหาร ด้านอาหารศึกษา และด้านบริหารจัดการ โดยมีเป้าหมายสำคัญ 6 เป้าหมาย ประกอบด้วย 1) จำนวนคนขาดแคลนอาหารลดลง โดยสิ้นสุดแผนปี 2570 จะต้องมีประชากรที่ขาดแคลนอาหารไม่เกินร้อยละ 7 ของจำนวนประชากร 2) ปริมาณการสูญเสียอาหาร และขยะอาหารลดลง 3) ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อคุณภาพและความปลอดภัยอาหารเพิ่มขึ้น โดย ณ ปี 2570 ระดับความเชื่อมั่นต้องอยู่ในระดับดี 4) มูลค่าการค้าอาหารเพิ่มขึ้น โดยมีตัวชี้วัดเป็นการเติบโตของมูลค่าการส่งออกอาหาร ตั้งแต่ปี 2566 - 2570 ที่ร้อยละ 3 ต่อปี ดัชนีการส่งออกอาหารเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 ต่อปี ดัชนีผลผลิตผลิตภัณฑ์อาหารเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 ต่อปี 5)จำนวนคนที่มีภาวะทุพโภชนาการลดลง โดย ณ ปี 2570 เด็กอายุ 0 - 5 ปี มีภาวะเตี้ยไม่เกินร้อยละ 8 มีภาวะผอมไม่เกินร้อยละ 5 มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนไม่เกินร้อยละ 8 และ 6) มีกลไกประสานงานกลางและบูรณาการดำเนินงาน3

ทางด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้จัดทำปฏิทินผลผลิตสินค้าเกษตรรายเดือนระดับจังหวัด (Provincial Crop Calendar) ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงกันทั้งระบบ (BIG DATA) ซึ่งจะช่วยในการคาดการณ์ปริมาณการผลิตสินค้าเกษตรแบบรายชนิดสินค้า ที่จะออกสู่ตลาดเป็นรายเดือนตลอดปีจากแต่ละจังหวัด อำเภอและตำบล โดยปัจจุบัน มีการรวบรวมสินค้าพืช 50 ชนิด ปศุสัตว์ 10 ชนิด และประมง 10 ชนิด และจะทำให้ทราบปริมาณสารอาหารที่มีอยู่ในแต่ละจังหวัดด้วย เพื่อให้สามารถบริหารจัดการความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการได้ทั้งระบบ4


อ้างอิง

  1. สืบค้นจาก https://www.ttbbank.com/th/newsroom/detail/food-security วันที่ 20 กันยายน 2565
  2. สืบค้นจาก https://www.scbeic.com/th/detail/product/7400 วันที่ 22 กันยายน 2565
  3. สืบค้นจาก https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/50907 วันที่ 23 กันยายน 2565
  4. สืบค้นจาก https://www.komchadluek.net/news/economic/527671 วันที่ 24 กันยายน 2565

 

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333 E-mail : thaihealthipsr@gmail.com