บทความสั้น
ความสำเร็จและ ความท้าทายด้าน วัคซีนโควิด-19 ของสหรัฐอเมริกา
Home / บทความสั้น

กัญญาพัชร สุทธิเกษม คณะทำงานรายงานสุขภาพคนไทย
เรื่องพิเศษ | เมษายน 2564

การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ทำให้การบริหารจัดการวัคซีนของสหรัฐอเมริกามีประสิทธิภาพอย่างสูงภายหลังประธานาธิบดี โจ ไบเดน เข้ามาบริหารประเทศ นอกจากจะสามารถผลิตวัคซีนที่มีคุณภาพจำนวนมากแล้ว ยังสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนถึงประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันโควิด-19 จากการถ่ายทอดสดการฉีดวัคซีนให้กับ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ขณะที่ บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ก็เชิญชวนคนอเมริกันให้ฉีดวัคซีนผ่านคลิปวีดิโอสั้น ๆ ไม่กี่นาที โดยย้ำถึงความปลอดภัยของวัคซีนโควิด-19 ไม่เว้นอดีตผู้นำอย่าง จอร์จ ดับเบิลยู บุช และบิล คลินตัน ก็ประกาศว่า พร้อมที่จะเป็นอาสาสมัครฉีดวัคซีนทันทีที่สำเร็จ ล่าสุด ก็มีโครงการลดหย่อนภาษีให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อทดแทนค่าใช้จ่ายของบริษัทที่ให้พนักงานหยุดงานเพื่อไปฉีดวัคซีน และสามารถหยุดพักฟื้นจากผลข้างเคียงได้โดยที่ยังได้รับเงินค่าจ้างตามปกติ  ทั้งท่าทีของผู้นำที่แสดงออก และโครงการเชิญชวนต่าง ๆ มีส่วนสำคัญต่อการสร้างความมั่นใจในการรับวัคซีนให้กับประชาชนชาวอเมริกันที่เผชิญวิกฤตจากความหายนะครั้งนี้

​เป้าหมายแรกของการบริหารวัคซีน สำเร็จได้ด้วยการทำให้ประชาชนชาวอเมริกันได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบ 100 ล้านโดสตั้งแต่ 58 วันแรกของการทำหน้าที่ประธานาธิบดีของ โจ ไบเดน จากนั้น ได้ตั้งเป้าที่จะฉีดวัคซีน โควิด-19 ให้ได้ 200 ล้านโดสภายใน 100 วันของการทำงาน และทำได้สำเร็จอีกครั้งหนึ่ง กลุ่มเป้าหมายของการฉีดวัคซีนโควิด-19 อันดับแรกคือ ผู้มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์และผู้สูงอายุ จากนั้นก็ฉีดวัคซีนให้กับทุกคนในอเมริกาที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป

​แม้การจัดการด้านวัคซีนโควิด-19 ภายในประเทศดำเนินไปได้อย่างดี แต่ก็ยังมีข้อท้าทายในการบริหารและแจกจ่ายวัคซีนของบางรัฐ Duke Global Health Innovation Center ประเมินว่า แม้ว่าสหรัฐฯ จะแจกวัคซีนให้กับเด็กชาวอเมริกันไปแล้ว แต่ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม 2564 สหรัฐฯ จะมีวัคซีนเหลือใช้อย่างน้อย 300 ล้านโดส หรือมากกว่านั้น ทำให้ในหลายรัฐประสบปัญหาวัคซีนโควิด-19 เหลือใช้ ตัวอย่างของรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย (West Virginia) ซึ่งประสบความสำเร็จในการแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19 อย่างรวดเร็ว โดยเน้นกลุ่มสูงอายุเป็นกลุ่มแรก ต่อด้วยกลุ่มวัยรุ่นถึงอายุ 30 กว่าปี แต่กลับเหลือวัคซีนที่ไม่ถูกใช้ถึงประมาณ 352,000 โดส (26%) ส่วนรัฐแอละแบมา (Alabama) จอร์เจีย (Georgia) และมิสซิสซิปปี (Mississippi) ประสบปัญหาขาดแคลนวัคซีน ทั้งที่ยังไม่ได้แจกจ่ายวัคซีนให้ประชาชนได้อย่างเพียงพอ ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังต้องเผชิญเสียงเรียกร้องจากทั่วโลกที่คาดหวังจะให้สหรัฐฯ ส่งความช่วยเหลือด้านวัคซีนโควิด-19 ไปยังประเทศยากจนหรือประเทศขนาดเล็ก ๆ อีกด้วย


ภาพประกอบ www.freepik.com

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333