การเข้าสู่สังคมสูงวัยไม่จำเป็นต้องหมายถึงการหยุดทำงาน หรือเป็น “ภาระ” ของสังคมแบบในอดีตอีกต่อไป วันนี้ผู้สูงอายุจำนวนมากกำลังก้าวข้ามภาพจำเดิม ๆ ไปสู่บทบาทใหม่ที่มีพลัง สร้างสรรค์ และเปี่ยมศักยภาพมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

จากเดิมที่เมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไปจะถูกมองว่าเป็นช่วงพักหลังทำงาน แต่ปัจจุบันผู้สูงอายุจำนวนมากยังคงแข็งแรง มีกำลังกายที่ดี ตามความก้าวหน้าทางการแพทย์ รวมถึงมีประสบการณ์ทักษะชีวิตและความเชี่ยวชาญจากการทำงานยาวนาน ผู้สูงอายุในวัย 60–70 ปีจึงไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มที่ต้องการการดูแล แต่กลับเป็นกลุ่มคนที่ยังสามารถสร้างคุณค่าให้สังคมได้อย่างต่อเนื่อง การปรับทัศนคติและโครงสร้างสังคมให้สอดคล้องกับ “วัยเกษียณรูปแบบใหม่” เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง สังคมต้องมองเห็นว่าผู้สูงอายุยังมีศักยภาพในการเรียนรู้ การทำงาน และ
การพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ไม่ต่างจากกลุ่มวัยอื่น ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาได้ใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสร้างประโยชน์ เช่น การทำงานอิสระ งานที่ปรึกษา งานอาสาสมัคร หรือกิจกรรมสร้างสังคมอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตทั้งของผู้สูงอายุและของชุมชน
เมื่อผู้สูงอายุได้รับโอกาสในการทำงานหรือมีบทบาททางสังคมที่เหมาะสม จะเกิดผลดีทางเศรษฐกิจตามมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นการลดภาระการพึ่งพิง เพิ่มรายได้ของครัวเรือน และสร้างกำลังแรงงานกลุ่มใหม่ที่รองรับกับการเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ นี่คือประโยชน์สำคัญของ “ประชากรวัยทองระลอกที่สาม” หรือ third demographic dividend ที่ทำให้ผู้สูงอายุไม่ใช่ภาระ แต่เป็นทรัพยากรอันมีค่าในยุคสังคมผู้สูงวัย
ยังมีอีกหลายบทความทางสุขภาพที่น่าสนใจ ให้ทุกท่านได้อ่านกันใน “รายงานสุขภาพคนไทย เล่มปี 2568” สามารถอ่านฟรีได้แล้ววันนี้ ผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่ www.thaihealthreport.com หรือติดต่อขอรับหนังสือผ่านทางอีเมลได้ที่ thaihealthipsr@gmail.com
ติดตามทุกความเคลื่อนไหว ของ “สุขภาพคนไทย”
Facebook : สุขภาพคนไทย
Instagram : @thaihealthreport
Youtube : สุขภาพคนไทย
TikTok : @thaihealthreport (30 วิสุขภาพคนไทย)
ข้อมูลอ้างอิง
รายงานสุขภาพคนไทย 2568 หมวดเรื่องพิเศษ เรื่อง “Move On ทำใจแล้วก้าวไปข้างหน้า เกิดน้อยกู่ไม่กลับ ต้องปรับและรับมืออย่างไร”
สืบค้นจาก :
สถาบันวิจัยและประชากร มหาวิทยาลัยมหิดล