ในมหาวิทยาลัยที่ควรเป็นพื้นที่ของการเติบโตและพัฒนา กลับพบว่า นักศึกษาไทยเกือบ 1 ใน 3 กำลังเผชิญกับความเครียดในระดับสูงอย่างน่าตกใจ ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต (2565) ระบุว่า คนไทยมีภาวะเครียดเพิ่มขึ้นถึง 2.1 เท่า ภาวะซึมเศร้าเพิ่มขึ้น 4.8 เท่า และเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายมากขึ้นถึง 5.9 เท่า
ภายในไม่กี่ปี สถานการณ์ในหมู่นิสิตนักศึกษายิ่งน่าเป็นห่วง เมื่อพบว่าเยาวชนไทยจำนวนมากต้องเผชิญกับ
แรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งการเรียน ความคาดหวังของครอบครัว ปัญหาการเงิน และอนาคตที่ไม่แน่นอน

จากรายงานของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า “ความเครียดเรื้อรัง” ไม่ใช่แค่ภาวะทางอารมณ์ชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญของปัญหาสุขภาพจิตระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มนิสิตนักศึกษา ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงวัยเปราะบางทางจิตใจ ยูนิเซฟยังระบุว่า การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุหลักอันดับหนึ่งของการเสียชีวิตในหมู่วัยรุ่น และอีกหนึ่งในสามของเยาวชนไทยอยู่ในภาวะความเครียดสูงอย่างต่อเนื่อง การสำรวจของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชี้ว่า ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าคือปัญหาหลักที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของนิสิต และอาจนำไปสู่การทำร้ายตนเองในที่สุด
เพื่อรับมือกับวิกฤตนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 21,500 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายและโครงการป้องกันปัญหาความเครียดและส่งเสริมสุขภาพจิตในกลุ่มเยาวชนและนิสิตนักศึกษาอย่างเป็นระบบ สิ่งสำคัญคือ สังคมต้องช่วยกันสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ที่เปิดให้เยาวชนสามารถพูดคุย เปิดใจ และเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตโดยไม่ถูกตีตรา หากเราเริ่มฟังกันให้มากขึ้น อาจช่วยป้องกันไม่ให้ความเครียดกลายเป็นโศกนาฏกรรมซ้ำซากในอนาคต
ยังมีอีกหลายบทความทางสุขภาพที่น่าสนใจ ให้ทุกท่านได้อ่านกันใน “รายงานสุขภาพคนไทย” ทุกเล่ม ทุกปี อ่านฟรีได้แล้ววันนี้ ผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่ www.thaihealthreport.com หรือ ติดต่อขอรับรูปเล่มหนังสือรายงานสุขภาพคนไทยได้ทุกปี ผ่านทางกล่องข้อความ Chat ทาง Facebook "สุขภาพคนไทย" กดปุ่มติดต่อขอรับหนังสือ และรอแอดมินติดต่อกลับได้เลยครับ
ติดตามทุกความเคลื่อนไหว ของ “สุขภาพคนไทย”
Facebook : สุขภาพคนไทย
Instagram : @thaihealthreport
Youtube : สุขภาพคนไทย
TikTok : @thaihealthreport (30 วิสุขภาพคนไทย)