อัตราการเจริญพันธุ์ของโลกกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยเองก็ไม่ต่างกัน จากอัตรา 4.8 ในปี พ.ศ. 2493 ลดลงมาเหลือเพียง 1.3 ในปี พ.ศ. 2564 ลดลงถึง 73% ภายในระยะเวลาเพียง 70 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตราที่ลดลงเร็วและต่อเนื่องที่สุดในเอเชีย

การลดลงของอัตราการเจริญพันธุ์ไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ทางประชากรศาสตร์ หากแต่เป็น “จุดเปลี่ยน” ที่ส่งผลสะเทือนต่อเศรษฐกิจ สวัสดิการแรงงาน และโครงสร้างสังคมในระยะยาว เมื่อจำนวนเด็กเกิดใหม่น้อยลง ขณะที่สัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ประเทศจะต้องเผชิญกับปัญหาแรงงานขาดแคลน ภาระค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการ และความเปราะบางของระบบสุขภาพในอนาคต รายงานของสหประชาชาติระบุว่า ปัจจุบันมีมากกว่า 110 ประเทศที่มีอัตราเจริญพันธุ์ต่ำกว่าระดับทดแทน (ต่ำกว่า 2.1) และ 94 ประเทศในจำนวนนั้นมีอัตราต่ำกว่า 1.5 ซึ่งหมายถึงการเข้าสู่ภาวะ “ต่ำมาก” (ultra-low fertility) ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ยากต่อการฟื้นตัว แม้จะมีมาตรการส่งเสริมการเกิด เช่น เงินอุดหนุนเด็ก หรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ ก็ตาม
ขณะที่ในเอเชีย ประเทศที่อัตราการเกิดลดต่ำมาก เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ล้วนเผชิญภาวะประชากรหดตัวอย่างชัดเจน และต้องพึ่งพาแรงงานจากต่างประเทศ รวมถึงการปรับนโยบายเศรษฐกิจแบบเร่งด่วน ขณะที่ภูมิภาคที่ยังมีอัตราการเจริญพันธุ์สูง เช่น แอฟริกาใต้ซาฮารา ยังคงเติบโตแต่เผชิญกับความท้าทายด้านทรัพยากรและคุณภาพชีวิต
สำหรับประเทศไทย แม้อัตราการเกิดจะยังไม่ต่ำสุดในโลก แต่ก็อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีการลดลงอย่างรวดเร็วที่สุด และอาจเข้าสู่ภาวะต่ำมากในอนาคตอันใกล้ หากไม่มีการวางแผนและปรับตัวอย่างรอบด้าน เมื่อ “เด็กเกิดน้อยลง” และ “ผู้สูงวัยเพิ่มขึ้น” สังคมไทยจึงกำลังเข้าสู่จุดหักเหสำคัญ ซึ่งอาจไม่สามารถย้อนกลับได้
ยังมีอีกหลายบทความทางสุขภาพที่น่าสนใจ ให้ทุกท่านได้อ่านกันใน “รายงานสุขภาพคนไทย เล่มปี 2568” สามารถอ่านฟรีได้แล้ววันนี้ ผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่ www.thaihealthreport.com หรือติดต่อขอรับหนังสือผ่านทางอีเมลได้ที่ thaihealthipsr@gmail.com
ติดตามทุกความเคลื่อนไหว ของ “สุขภาพคนไทย”
Facebook : สุขภาพคนไทย
Instagram : @thaihealthreport
Youtube : สุขภาพคนไทย
TikTok : @thaihealthreport (30 วิสุขภาพคนไทย)