ในยุคที่ “โฆษณาออนไลน์” กลายเป็นเครื่องมือทรงพลังที่สุดในการเข้าถึงผู้บริโภค การตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่วัยรุ่นใช้เวลามากที่สุดในแต่ละวัน ข้อมูลจากรายงานการเฝ้าระวังการตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่าในปี 2565 แพลตฟอร์มที่มีการตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากที่สุดคือ เฟซบุ๊ก ร้อยละ 63.5 ตามด้วย ติ๊กต็อก ร้อยละ 17.4 ซึ่งกำลังได้รับความนิยมสูงในกลุ่มวัยรุ่น ทั้งนี้ เด็กและเยาวชนที่เห็นโฆษณาหรือเนื้อหาเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านแพลตฟอร์มเหล่านี้ มากถึง ร้อยละ 4.2 เคยมีพฤติกรรมซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านออนไลน์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่ควรละเลย

แม้กฎหมายไทยจะห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มุ่งสร้างภาพลักษณ์หรือชักชวนให้ดื่ม แต่ในโลกออนไลน์ ข้อจำกัดเหล่านี้แทบไม่สามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะเมื่อคอนเทนต์จำนวนมากมาในรูปแบบของ “รีวิว” หรือ “ไลฟ์ขายของ” ที่แฝงการชักจูงโดยไม่ตรงไปตรงมา และที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้น คือการที่เยาวชนสามารถ สั่งซื้อได้โดยตรงผ่านร้านค้าออนไลน์หรือแพลตฟอร์มโซเชียล แบบไร้ระบบตรวจสอบอายุ การตลาดเชิงรุกเช่นนี้ กำลังสร้าง “จุดเริ่มต้นใหม่” ของการดื่มในกลุ่มเยาวชน ที่ไม่ได้เกิดจากการเข้าสถานบันเทิงหรือการชักชวนจากเพื่อน แต่จาก “หน้าจอมือถือ” ซึ่งยิ่งทำให้การควบคุมและป้องกันยากยิ่งขึ้น
ถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานคุ้มครองเด็ก และผู้ปกครองต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อเรียกร้องให้แพลตฟอร์มออนไลน์ร่วมรับผิดชอบมากขึ้น ควบคู่กับการอุดช่องโหว่ทางกฎหมายและการสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนรู้เท่าทันสื่อ เพราะในโลกที่ “แอลกอฮอล์ออนไลน์” ส่งตรงถึงมือเด็กได้ง่ายกว่าเดิม
ความเสี่ยงจึงไม่ควรถูกปล่อยให้เติบโตไปอย่างไร้กรอบ
ยังมีอีกหลายบทความทางสุขภาพที่น่าสนใจ ให้ทุกท่านได้อ่านกันใน “รายงานสุขภาพคนไทย” ทุกเล่ม ทุกปี อ่านฟรีได้แล้ววันนี้ ผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่ www.thaihealthreport.com หรือ ติดต่อขอรับรูปเล่มหนังสือรายงานสุขภาพคนไทยได้ทุกปี ผ่านทางกล่องข้อความ Chat ทาง Facebook "สุขภาพคนไทย" กดปุ่มติดต่อขอรับหนังสือ และรอแอดมินติดต่อกลับได้เลยครับ
Facebook : สุขภาพคนไทย
Instagram : @thaihealthreport
Youtube : สุขภาพคนไทย
TikTok : @thaihealthreport (30 วิสุขภาพคนไทย)