ผลการสำรวจสุขภาพจิตปี
2565
พบว่า คนไทยร้อยละ 31.5 มีความรอบรู้สุขภาพจิตในระดับมากที่สุด
ในขณะที่ร้อยละ 11.5 ที่มีความรอบรู้ในระดับน้อย
ปัญหานี้ยิ่งทวีความรุนแรงในบางกลุ่ม เช่น ผู้สูงอายุอายุ 55 ปีขึ้นไป และผู้ชาย
ซึ่งยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญด้านการรับรู้และเข้าถึงข้อมูลสุขภาพจิต

ยิ่งไปกว่านั้น ผลสำรวจยังพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจ คือ คนไทยเกือบครึ่งหนึ่งไม่รู้ว่าตนเองกำลังเผชิญความเครียดเกินระดับปกติ และมีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่ทราบว่าควรไปขอคำปรึกษาหรือรับบริการตรวจรักษาได้ที่ใด นี่สะท้อนถึง “ช่องว่างความรู้สุขภาพจิต” ที่เป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการป้องกันและดูแลสุขภาพใจของประชาชน
ในยุคที่ความเครียด
ความวิตกกังวล และโรคซึมเศร้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่องว่างความรู้เช่นนี้
อาจทำให้ผู้คนจำนวนมากพลาดโอกาสเข้ารับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรงขึ้น
การสร้างความตระหนักรู้และพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตจึงไม่ใช่เพียงทางเลือก
แต่เป็นภารกิจเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน
การให้ความรู้ผ่านโรงเรียน
ที่ทำงาน ชุมชน และสื่อสาธารณะ การเพิ่มช่องทางเข้าถึงบริการ
และการลดการตีตราผู้มีปัญหาสุขภาพจิต คือแนวทางสำคัญที่จะช่วยอุดช่องว่างนี้
เพื่อให้คนไทยทุกคนรู้เท่าทันสัญญาณเตือน เข้าใจว่าต้องหันไปขอความช่วยเหลือที่ใด
และสามารถดูแลสุขภาพใจได้อย่างเหมาะสม
ยังมีอีกหลายบทความทางสุขภาพที่น่าสนใจ
ให้ทุกท่านได้อ่านกันใน “รายงานสุขภาพคนไทย” ทุกเล่ม ทุกปี อ่านฟรีได้แล้ววันนี้
ผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่ www.thaihealthreport.com
หรือ ติดต่อขอรับรูปเล่มหนังสือรายงานสุขภาพคนไทยได้ทุกปี
ผ่านทางกล่องข้อความ Chat ทาง Facebook "สุขภาพคนไทย" กดปุ่มติดต่อขอรับหนังสือ
และรอแอดมินติดต่อกลับได้เลยครับ
Facebook
: สุขภาพคนไทย
Instagram
: @thaihealthreport
Youtube
: สุขภาพคนไทย
TikTok
: @thaihealthreport (30 วิสุขภาพคนไทย)