“หมดไฟ” หรือ Burnout กำลังกลายเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของคนรุ่นใหม่
โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Y (อายุ 23–38 ปี) และ Gen Z (อายุต่ำกว่า 22 ปี) ที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน
ทั้งเรื่องการเรียน การทำงาน ภาระหนี้สิน และความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า Gen Z มีภาวะหมดไฟสูงถึง 17%
และ Gen Y อยู่ที่ 13% ซึ่งสูงกว่าคนรุ่น Baby Boomers ที่มีเพียง 7%
เท่านั้น
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนภาพที่น่ากังวล
เพราะในวัยหนุ่มสาวที่ควรจะเป็นช่วงพลังสร้างสรรค์
กลับกลายเป็นวัยที่พลังใจร่อยหรอ หลายคนบอกว่าต้องต่อสู้กับความคาดหวังจากครอบครัว
แรงกดดันทางสังคม และความไม่แน่นอนของอนาคต
เมื่อช่องว่างระหว่างความฝันกับความจริงกว้างขึ้น ภาวะหมดไฟจึงปะทุขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

ตรงกันข้าม
คนรุ่น Baby
Boomers ซึ่งอายุมากกว่า 55 ปีขึ้นไปกลับมีภาวะหมดไฟต่ำกว่าอย่างชัดเจน
เหตุผลสำคัญอาจมาจากการที่คนกลุ่มนี้ผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง
และมีความมั่นคงด้านชีวิตมากกว่า ขณะที่ Gen Y และ Gen
Z ต้องเผชิญกับ “ความไม่แน่นอน” เป็นเรื่องปกติ
ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจที่ผันผวน งานที่ไม่มั่นคง หรือค่าครองชีพที่สูงขึ้น
การแก้ปัญหาภาวะหมดไฟจึงไม่ใช่แค่การบอกให้คนรุ่นใหม่
“พักผ่อนให้เพียงพอ” เท่านั้น แต่ต้องเริ่มจากการปรับโครงสร้างการทำงาน
การลงทุนด้านสุขภาพจิต
และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชนได้เติบโตท่ามกลางความท้าทาย
โดยไม่ต้องแบกภาระเกินกว่าที่วัยควรจะรับไหว
ภาวะหมดไฟของ
Gen
Y และ Gen Z จึงไม่ใช่ปัญหาของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง
แต่คือปัญหาของทั้งสังคม ที่ต้องร่วมกันหาทางออกเพื่อรักษา “พลังของคนรุ่นใหม่”
ที่จะเป็นกำลังหลักของประเทศในอนาคต
ยังมีอีกหลายบทความทางสุขภาพที่น่าสนใจ
ให้ทุกท่านได้อ่านกันใน “รายงานสุขภาพคนไทย” ทุกเล่ม ทุกปี อ่านฟรีได้แล้ววันนี้
ผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่ www.thaihealthreport.com
หรือ ติดต่อขอรับรูปเล่มหนังสือรายงานสุขภาพคนไทยได้ทุกปี
ผ่านทางกล่องข้อความ Chat ทาง Facebook "สุขภาพคนไทย" กดปุ่มติดต่อขอรับหนังสือ
และรอแอดมินติดต่อกลับได้เลยครับ
ติดตามทุกความเคลื่อนไหว
ของ “สุขภาพคนไทย”
Facebook : สุขภาพคนไทย
Instagram :
@thaihealthreport
Youtube : สุขภาพคนไทย
TikTok :
@thaihealthreport (30 วิสุขภาพคนไทย)