ความเป็นธรรมและการเข้าถึงบริการสุขภาพ

“ครอบครัวไทยที่ยากจนจากค่ารักษาพยาบาลลดลงกว่า 3 เท่า หลังจากมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
แต่การกระจายทรัพยากรทางการแพทย์ยังมีความเหลื่อมล้ำสูง”

 

การให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการสุขภาพต้องอาศัยระบบบริการที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่การทราบถึงอาการขณะอยู่ในชุมชน การวินิจฉัยของหน่วยบริการปฐมภูมิ และการส่งต่อตลอดจนการจัดระบบบริการของโรงพยาบาลใหญ่

 

ประเทศไทยจัดให้มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าแก่ประชาชนตั้งแต่ พ.ศ. 2544 ซึ่งมีบทบาทที่สำคัญในการอำนวยการเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นแก่ประชาชน และลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนในการใช้บริการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการใช้บริการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในระบบบริการสุขภาพ ในเบื้องต้นสามารถพิจารณาความเป็นธรรมนี้ได้ในสามมิติคือ การอุดหนุนงบประมาณของภาพรัฐ การคุ้มครองครัวเรือน จากความยากจนอันเนื่องจากการจ่ายค่ารักษาพยาบาลและการเข้าถึงบริการ

 

การอุดหนุนงบประมาณภาครัฐ ในด้านสุขภาพของไทยมีลักษณะโน้มเอียงไปยังคนจน สำหรับบริการผู้ป่วยนอก แต่โน้มเอียงไปยังคนมีฐานะดี สำหรับบริการผู้ป่วยใน โดยในช่วง พ.ศ. 2549 – 2552 การอุดหนุนต่อคนที่มีฐานะดีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของรายจ่ายในระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการฯ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในชั้นรายได้ที่สูง

© 2014 by Thai Health Report

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 

เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

โทรศัพท์ 02-441-0201-4  ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333  

Facebook_Logo_(2019).png