สุขภาพจิต

“คนไทยมีความสุขมากขึ้น ยกเว้นในกรุงเทพฯ ในช่วง 10 ปี (พ.ศ.2542 – 2552) การฆ่าตัวตายลดลง 1 ใน 3 แต่ในหลายพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนยังคงมีอัตราสูง”

 

 

สุขภาพจิตเป็นของปัจจัยทางสังคม วัฒนธรรม ศาสนา เศรษฐกิจ การเมือง และกระบวนการภายในใจของคน นโยบายที่จะสร้างความสุขให้แก่ประชาชนควรสร้างความผูกพันและสายสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว สร้างอาชีพการงานที่มั่นคง สนับสนุนให้คนเข้าถึงกิจกรรมทางศาสนาและมีส่วนร่วมในชุมชน และให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเสี่ยง เช่น หัวหน้าครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการ

 

ตัวชี้วัดสถานการณ์สุขภาพจิตที่เข้าใจง่ายที่สุดคือ อัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จและตัวชี้วัดความสุขของประชากร อัตราการฆ่าตัวตายของไทยเพิ่มจาก 7.2 ต่อ ประชากรแสนคน ใน พ.ศ. 2538 เป็น 8.6 ใน พ.ศ. 2542 สองปีหลังจากวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีการบันทึก จากมาตรการมุ่งเน้นการค้นหาและรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เพิ่มคุณภาพบริการผู้ป่วยที่ทำร้ายตัวเองพัฒนาระบบข้อมูลในพื้นที่ สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนการสื่อสารสาธารณะ ตลอดจนการสร้างนวัตกรรมเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย ตั้งแต่ พ.ศ.2543 เป็นต้นมา อัตราการฆ่าตัวตายมีแนวโน้มลดลงทุกปี โดยมีอัตราอยู่ที่ 5.7 ต่อประชากรแสนคน ใน พ.ศ. 2552 อย่างไรก็ตามหลายจังหวัดในเขตภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย ยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่า 13 ต่อประชากรแสนคน

© 2014 by Thai Health Report

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 

เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

โทรศัพท์ 02-441-0201-4  ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333  

Facebook_Logo_(2019).png