ภาพรวมแรงงานไทย ปี 2553

 

โอกาสทองของการปันผลทางประชากรของประเทศไทย คือ ระหว่างปี 2533 – 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่วัยแรงงานประมาณ 2 คน ดูแลเด็กและผู้สูงอายุ 1 คน หรือเป็นช่วงแห่งการมีอัตราส่วนพึ่งพิงรวมต่ำ โดยประเทศไทยเหลืออีกเพียง 10 ปี นับจากนี้ที่อัตราส่วนประชากรวัยแรงงานจะเริ่มลดต่ำลง จากร้อยละ 67.4 ของประชากรทั้งหมด ในปี 2553 เป็นร้อยละ 66.0 ในปี 2563 หลังจากนั้นแนวโน้มจะลดต่ำลงถึงร้อยละ 59.3 ในปี 2583 ดังนั้น การพัฒนาแรงงานให้มีคุณภาพเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อรองรับความมั่นคงทางเศรษฐกิจในอนาคตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

ในช่วงปี 2550 เป็นต้นมา ประเทศประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทำให้เรื่องการว่างงานเป็นความสนใจของสังคม จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่สำรวจภาวะการมีงานทำ พบว่า อัตราการว่างงานของแรงงานไทยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 1 – 2 ของกำลังแรงงาน มาตั้งแต่ปี 2549 ถึงกลางปี 2552 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิค ที่มีอัตราการว่างงานเฉลี่ยในปี 2551 ร้อยละ 5.7 ในด้านคุณภาพของแรงงานไทย ก็พบว่า มีคุณภาพดีขึ้นเมื่อวัดจากระดับการศึกษา คือแรงงานไทยจบการศึกษาระดับตั้งแต่มัธยมขึ้นไปสูงขึ้น เมื่อพิจารณาย้อนหลังไป 10 ปีที่ผ่านมา จะพบว่า แรงงานที่จับระดับมัธยมต้นจากเดิมร้อยละ 12 ในปี 2542 ได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 15 ในปี 2552 และแรงงานจบระดับอุดมศึกษาเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10 ในปี 2542 เป็นร้อยละ 16 ในปี 2552 เมื่อรัฐบาลสมัยปัจจุบันได้มีนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ เพื่อที่จะเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมปลาย จะช่วยขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนไทยทุกคน เพื่อที่จะเป็นแรงงานที่มีคุณภาพในอนาคต ซึ่งการศึกษาที่สูงขึ้นนี้จะมีผลต่อการได้รับรายได้เพิ่มขึ้นด้วย

 

ด้านสุขภาพกายของประชากรในวัยแรงงานนั้น พบว่า เอชไอวีและเอดส์ เป็นปัญหาสำคัญที่คุกคามภาวะสุขภาพของทั้งชายและหญิง รวมไปถึงการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง  นอกจากความเจ็บป่วยทางกายแล้ว ปัญหาสุขภาพจิตยังเป็นสาเหตุอันดับต้นที่ทำให้แรงงานชายและหญิงต้องสูญเสียปีสุขภาวะ จากการสำรวจของเอแบคโพลล์ พบว่า ประมาณ 1 ใน 10 ของแรงงาน เคยคิดจะฆ่าตัวตายเนื่องจากการมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีจะส่งผลด้านบวกทั้งต่อตนเอง ครอบครัว รวมไปถึงสังคมการทำงาน ซึ่งแนวทางการสนับสนุนส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้แก่คนทำงานนั้น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดทำโครงการ Happy Workplace โดยนำความสุข 8 ประการ (Happy 8) มาเป็นกุญแจสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความสุขทั้ง 8 ประการ ได้แก่ ความสุขทางกาย น้ำใจงาม ทางสายกลาง พัฒนาสมอง ศาสนาและศีลธรรม ปลอดหนี้ สร้างความสุขจากการมีครอบครัวที่ดี และความสุขที่เกิดจากสังคม ในความสุขทั้ง 8 ประการนี้จะพบว่าการปลอดหนี้เป็นความสุขที่แรงงานส่วนใหญ่ ยังเข้าไม่ถึงจากปัญหาภาระหนี้สิน

 

กลุ่มแรงงานนอกระบบยังคงเป็นกลุ่มใหญ่ของประเทศที่มีถึง 2 ใน 3 ของกำลังแรงงานทั้งหมด โดยเป็นกลุ่มแรงงานที่ไม่ได้รับความคุ้มครองและไม่มีหลักประกันทางสังคม ซึ่งอัตราการได้รับบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุจากการทำงานของแรงงานนอกระบบ ในปี 2551 คือ  174 ต่อประชากร 1,000 คน มากกว่าแรงงานในระบบ ที่มีอัตราการได้รับบาดเจ็บหรือได้รับอุบัติเหตุจากการทำงาน 106 ต่อประชากร 1,000 คน

 

นอกจากแรงงานไทยที่มีบทบาทในการพัฒนาประเทศแล้ว ยังมีแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย การเข้ามาทำงานของแรงงานข้ามชาติ มีทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แรงงานข้ามชาติที่ผิดกฎหมายเมื่อเจ็บป่วยหากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากนายจ้างในด้านค่ารักษาพยาบาล ก็ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยตนเอง ในปัจจุบันรัฐบาลให้ความช่วยเหลือแรงงานต่างชาติที่เข้าประเทศมาอย่างผิดกฎหมาย โดยอนุญาตให้แรงงานจากประเทศพม่า ลาว และกัมพูชา สามารถจดทะเบียนขอใบอนุญาตทำงานได้ในประเภทงานระดับล่าง เช่น ผู้รับใช้ในบ้าน บริการในสถานศึกษา มูลนิธิ สมาคม และสถานพยาบาล และทำงานในภาคเกษตร ปศุสัตว์ และกิจการต่อเนื่องในสัดส่วนที่สูงกว่าภาคการจ้างงานอื่น

 

ในด้านสวัสดิภาพของแรงงาน การศึกษาและพัฒนาดัชนีชี้วัดมาตรฐานความมั่นคงของมนุษย์ โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากการนำตัวชี้วัด 4 ตัว ได้แก่ ร้อยละของแรงงานที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของการประกันสังคม เงินช่วยเหลือเฉลี่ยที่ครัวเรือนได้รับต่อเดือน อัตราการเกิดคดีประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกาย และอัตราการเกิดคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์สิน มาประมวลเป็นดัชนีรวม พบว่าได้ค่าดัชนีที่น่าสนใจรายจังหวัดที่ใช้ให้เห็นว่าแรงงานในภาคอีสานและเหนือ มีสวัสดิภาพสูงกว่าแรงงานภาคอื่น 

 

ในระดับมหภาคนั้น รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนสวัสดิการต่างๆ ให้แก่แรงงาน โดยมีกองทุนเงินทดแทน และกองทุนประกันสังคม ที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือแก่แรงงาน ตั้งแต่ค่ารักษาพยาบาล ค่าทำศพ เงินสงเคราะห์บุตร เงินบำเหน็จบำนาญชราภาพ และเงินทดแทนระหวางการว่างงาน เป็นต้น

© 2014 by Thai Health Report

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 

เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

โทรศัพท์ 02-441-0201-4  ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333  

Facebook_Logo_(2019).png