การป้องกันความเสี่ยง
ทางสังคมและทางการเงิน

ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทำให้ครัวเรือนที่มีปัญหาค่าใช้จ่ายลดลงจากร้อยละ 31 ในปี 2543 เหลือร้อยละ 14.6 ในปี 2547 และลดครัวเรือนที่ต้องสิ้นเนื้อประดาตัว เพราะค่าใช้จ่ายเมื่อต้องนอนโรงพยาบาลจากร้อยละ 11.9 ให้เหลือร้อยละ 2.6

 

ประเทศไทยเริ่มจัดสวัสดิการรักษาพยาบาลให้กับประชากรกลุ่มต่างๆ มาตั้งแต่ปี 2518 โดยในช่วงแรกครอบคลุมเฉพาะคนยากจน และเริ่มจัดสวัสดิการให้กับข้าราชการและสมาชิกครอบครัวในปี 2523 ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2526 เป็นต้นมา สวัสดิการรักษาพยาบาลได้ขยายความครอบคลุมไปสู่กลุ่มเป้าหมายอื่นๆ มากขึ้น โดยเริ่มจากโครงการบัตรประกันสุขภาพโดยสมัครใจสำหรับผู้ที่ไม่อยู่ในกลุ่มข้างต้น และมีระบบประกันสังคมสำหรับผู้ทำงานในสถานประกอบการตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และปีเดียวกัน ได้มีการขยายกลุ่มที่ได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้น คือกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี กลุ่มผู้พิการ เป็นต้น ผ่านโครงการสวัสดิการประชาชนด้านการรักษาพยาบาล (สปร.) แต่อย่างไรก็ตาม การสำรวจในปี 2543 พบว่ายังมีประชากรอีกจำนวนมากที่ไม่มีหลักประกันสุขภาพใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้เมื่อเจ็บป่วย ไม่สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ หรืออาจต้องกู้หนี้ยืมสิน หือขายทรัพย์สินเพื่อมารักษาพยาบาล จึงมีข้อเรียกร้องให้จัดระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าครอบคลุมประชากรทุกคนมาโดยตลอด ข้อเรียกร้องนี้ปรากฏผลเป็นจริงในปี 2544 ที่ประชาชนทุกคนมีหลักประกันด้านสุขภาพ

© 2014 by Thai Health Report

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 

เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

โทรศัพท์ 02-441-0201-4  ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333  

Facebook_Logo_(2019).png