การพัฒนาอัจฉริยภาพด้านต่างๆ

มากกว่าครึ่งของเด็กก่อนวัยเรียน อายุ 3 – 5 ปี มีพัฒนาการทั้งด้านภาษาและการกระทำช้ากว่าปกติ การได้รับการกระตุ้นการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กตามช่วงเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้เด็กพัฒนาศักยภาพได้เต็มประสิทธิภาพ

 

ช่วงวัย 6 ปีแรกของชีวิตเป็นระยะสำคัญที่จะสามารถ กระตุ้นสมองของเด็กให้เซลล์สมองทำวงจรเชื่อมโยงแผ่ขยายได้มากขึ้น หากได้รับการกระตุ้นที่เหมาะสม ทั้งในด้านความชอบและความถนัดของเด็ก จะทำให้พัฒนาการของเด็กปฐมวัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว และเป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาสติปัญญาเด็กในวัยต่างๆ ต่อไป

 

การศึกษาขององค์กรเครือข่ายการวิจัยด้านสมองและระบบประสาท (BRAINnet – Brain Research And Integrative Neuroscience Network) ชี้ว่า การพัฒนาการเรียนรู้ด้านต่างๆ ของเด็กที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ควรเริ่มตั้งแต่ปฐมวัย หรือบางด้านอาจต้องเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์

 

โอกาสทองที่เด็กจะพัฒนาอัจฉริยภาพด้านต่างๆ มีจำกัด หากพ้นช่วงพัฒนาด้านต่างๆ ไปแล้วจะพัฒนาด้านนั้นๆ ได้ยาก ยกตัวอย่าง การพัฒนา ด้านมิติสัมพันธ์ หรือเรียกง่ายๆ ว่า อัจฉริยะภาพการเห็นและมิติตำแหน่ง มีช่วงเวลาสั้น ซึ่งหากเด็กอายุเกิน 2 ปีไปแล้ว การพัฒนาด้านนี้จะเป็นไปได้ช้ามาก เช่นเดียวกับอัจฉริยภาพด้านการเข้าสังคม และมิติด้านการใช้ภาษาในเรื่องคำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน 

 

การศึกษาจากโครงการวิจัยพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็กไทย พ.ศ. 2546 พบว่าครึ่งหนึ่งของเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี มีพัฒนาการโดยรวม (DQ) อยู่ในระดับปกติ คือ 90 ถึงน้อยกว่า 110 แต่ร้อยละ 40 ของเด็กโต (3 – 6 ปี) อยู่ในระดับค่อนข้างช้า คือ 70 ถึงน้อยกว่า 90 และดูเหมือนว่า เด็กไทยอายุ 6 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่มีระดับเชาวน์ปัญญาในระดับค่อนข้างช้า

แพทย์หญิงจันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ (เด็กไทยใครว่าโง่, 2548) ชี้ว่า พัฒนาการหรือเชาวน์ปัญญาของเด็กไทยที่ล่าช้า หรือไม่สมวัยเช่นนี้ ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาพัฒนาการของสมองที่ไม่ได้รับการกระตุ้นเพียงพอ

© 2014 by Thai Health Report

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 

เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

โทรศัพท์ 02-441-0201-4  ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333  

Facebook_Logo_(2019).png