สุขภาพฟัน

เด็กปฐมวัยมีความเสี่ยงต่อโรคฟันผุเนื่องจากเด็กยังดูดนมขวดก่อนนอน และดื่มน้ำอัดลมอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของสุขภาพฟันของเด็กวัยนี้ดีขึ้น เด็กอายุ 3 ปี ที่ฟันผุลดลงจากร้อยละ 72 ในปี พ.ศ.2545 เหลือร้อยบละ 62.8 ในปี พ.ศ. 2550

 

ปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์สุขภาพฟันเด็กดีขึ้นได้แก่ การที่พ่อแม่เริ่มแปรงฟันให้เด็กเร็วขึ้น (เมื่ออายุ 13.8 เดือน ในปี พ.ศ. 2550 เดิมเมื่ออายุ 24 เดือนในปี พ.ศ. 2544) โดยเด็กร้อยละ 76 แปรงฟันโดยใช้ยาสีฟัน และร้อยละ 95.7 เป็นยาสีฟันสำหรับเด็ก นอกจากนี้ในช่วงปี พ.ศ. 2547-  2550 เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี บริโภคนมที่มีน้ำตาลลดลงจากร้อยละ 39.1 เหลือร้อยละ 19.7 ทั้งนี้เป็นผลจากการที่กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศ สธ.ที่ 286 ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2549 ห้ามมิให้มีการเติมน้ำตาลในนมสูตรต่อเนื่องสำหรับเด็ก และผู้ปกครองเกือบทั้งหมด คือร้อยละ 98.5 ไม่ได้เติมน้ำตามเพิ่มในนมที่ให้เด็กดื่ม

 

กระทรางสาธารณสุขยังกำหนดให้สถานบริการของกระทรางสาธารณสุขตรวจช่องปาก และสาธิตการแปรงฟันแก่ผู้ปกครอง ที่พาเด็กวัย 9 – 12 เดือน มารับบริการที่คลินิกเด็กดี โดยเด็กได้รับการตรวจเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับจากปี พ.ศ. 2546 – 2549 ครอบคลุมร้อยละ 42.9, 54.6 และ 54.2 อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงต่อโรคฟันผุในเด็กกลุ่มนี้ยังมีอยู่ เนื่องจากเด็กยังดูดนมขวดก่อนนอนร้อยละ 65 และรอยละ 36.7 ดื่มนำอัดลมอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

 

เด็กในวัย 3 – 5 ปีส่วนใหญ่จะได้รับเลี้ยงดูในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือโรงเรียนอนุบาล การสำรวจในปี พ.ศ. 2549 พบว่าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลจัดให้เด็กได้แปรงฟันทุกวันด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์ ร้อยละ 90.5 และ 97.4 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่าเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล เข้ามามีบทบาทจัดซื้อนมจืดให้เด็กดื่มทุกวัน และร้อยละ 32 ยังจัดซื้อแปรงสีฟัน ยาสีฟันให้แก่เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอย่างสม่ำเสมอ

© 2014 by Thai Health Report

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 

เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

โทรศัพท์ 02-441-0201-4  ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333  

Facebook_Logo_(2019).png