อิ่มด้วยนม

การกินนมแม่ลดการตายของเด็กต่ำกว่า 5 ปี ในอัตราที่สูงกว่าวิธีอื่น ดังนั้นเด็กควรได้รับนมแม่อย่างเดียวล้วนๆ เป็นเวลา 6 เดือนเต็ม ส่วนการให้นมขวดจนลูกหลับกลางคืนจะเสี่ยงต่อฟันผุ และควรเลิกขวดนมเมื่ออายุ 1 ปี หรือ 1 ปีครึ่งเป็นอย่างช้า แต่ปรากฏว่าเด็กไทยเลิกดูดขวดนมเมื่ออายุเฉลี่ย 2 ปี 5 เดือน

 

อาหารเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพกายของเด็กปฐมวัย อาหารที่ดีที่สุดของเด็กเล็กก็คือ นมแม่ เพื่อให้เด็ก ได้รับประโยชน์สูงสุด องค์กร World Fit for Children แนะนำว่า เด็กควรได้รับนมแม่อย่างเดียวล้วนๆ เป็นเวลา 6 เดือนเต็ม หลังจากนั้นให้ได้รับอาหารอื่นเสริมตามวัย และได้รับนมแม่ควบคู่ไปด้วยจนลูกอายุ 2 ปี 

 

ผลทางตรงที่ชัดเจนของเด็กที่กินนมแม่ คือมีภูมิคุ้มกัน ไม่แพ้ง่าย ได้รับสารอาหารที่ทำให้สมองมีการเจริญเติบโตได้เต็มที่ ผลทางอ้อมคือได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของแม่ และผลการศึกษาขององค์การอนามัยโลก (WHO,2005) พบว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นวิธีการที่ช่วยลดอัตราการตายของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ได้สูงถึงร้อยละ 13 ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีการป้องกันโรคด้วยวิธีอื่นๆ

 

แม้ว่านมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก แต่ในบางกรณีแม่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ อาจด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น แม่ต้องไปทำงาน และแม่เชื่อว่าเด็กควรกินอาหารเสริม นอกจากนี้ยังเป็นปัญหาของสุขภาพ เช่น แม่ไม่มีน้ำนมให้ลูก หรือปัญหาสุขภาพ แม่และลูก และเมื่อแม่ไม่สามารถให้ลูกกินนมแม่อย่างเดียวล้วนๆ ทารกจึงได้รับสารอาหารจากนมขวดแทน ซึ่งตามหลักโภชนาการแล้วทารกเหล่านี้ควรจะได้รับนมผงสูตรดัดแปลงสำหรับทารกทดแทน โดยจะดูดนมจากขวดนมแทนนมแม่

 

ปัจจุบันองค์กรวิชาชีพเกี่ยวกับเด็ก แนะนำให้เด็กเลิกดูดนมจากขวดและดื่มนมจากแก้ว เมื่ออายุ 1 ปี หรืออย่างช้าควรเลิกดูดขวดนมก่อนอายุปีครึ่ง การที่เด็กยังดูดขวดนม จะทำให้เกิดพฤติกรรมการกินที่ไม่สมวัย และเกิดปัญหาสุขภาพ เช่น ฟันผุ ไม่ยอมกินข้าว น้ำหนักตัวน้อย ขาดสารอาหาร หรือเป็นโรคอ้วน และหากเลยช่วงอายุดังกล่าวแล้ว เด็กจะเลิกดูดขวดนมได้ยากขึ้น

© 2014 by Thai Health Report

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 

เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

โทรศัพท์ 02-441-0201-4  ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333  

Facebook_Logo_(2019).png