รายได้ เงินออม หนี้สิน

โดยทั่วไปแล้ว คนเรามักเลือกที่จะใช้จ่ายเพื่อการบริโภคก่อนที่จะเก็บออมเงิน เพราะการออมเป็นเรื่องระยะยาวอย่างไรก็ตาม การออมเงินให้พอเพียงมีความจำเป็นอย่างมากต่อทุกครอบครัว เนื่องจากเป็นวิธีการสำคัญที่สุดที่จะรองรับความเสี่ยงต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 

ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ระหว่าง พ.ศ. 2541 – 2547 พบว่า แม้ว่าครัวเรือนยังมีค่าใช้จ่าย ไม่เกินกว่ารายได้ แต่สัดส่วนของค่าใช้จ่ายต่อรายได้ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2546 โดยเฉพาะ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้สูงกว่าทุกภาค ในจำนวนค่าใช้จ่ายทั้งหมดนั้น อาหารเป็นค่าใช้จ่ายที่มีสัดส่วนสูงที่สูด โดยมีครัวเรือนกว่าร้อยละ 70 ที่มีค่าใช้จ่ายด้านอาหารสูงเกินกว่าร้อยละ 30 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด นอกจากนี้ พบว่ามีถึง 1 ใน 3 ของครัวเรือนไทยที่มีรายจ่ายในเรื่องการพนัน โดยกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่สัดส่วนของครัวเรือนมีรายจ่ายในด้านนี้สูงกว่าภาคอื่น

 

ในส่วนภาระหนี้สิน พบว่า ในปี 2547 คนไทยมีหนี้สินเพิ่มขึ้น 1.5 เท่าจากปี 2541 คือ จำนวนหนี้สิน 69,674 บาท ในปี 2541 เพิ่มขึ้น 104,571 บาทในปี 2547 โดยหนี้อันเกิดจากการซื้อ/เช่า ซื้อบ้านและที่ดินมีสัดส่วนที่สูงที่สุด รองลงไปคือหนี้เพื่อใช้จ่าย อุปโภคบริโภค สังเกตว่า หนี้สินที่ใม่ใช่การลงทุน ซึ่งไม่ก่อให้เกิดรายได้ ได้แก่ หนี้เพื่อการใช้จ่ายอุปโภคบริโภค และหนี้อื่นๆ (การค้ำประกันบุคคลอื่น หนี้ค่าปรับ หรือจ่ายชดเชยค่าเสียหาย ฯลฯ) ของทั้งประเทศสัดส่วนมีเกือบ 1 ใน 3 ของหนี้ทั้งหมด และที่น่าเป็นห่วงก็คือ มีเพียงไม่ถึง 2 ใน 5 ของครัวเรือนไทยที่มีเงินออม โดยเฉพาะครัวเรือนในภาคกลางมีสัดส่วนการ ออมน้อยกว่าภาคอื่นๆ

© 2014 by Thai Health Report

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 

เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

โทรศัพท์ 02-441-0201-4  ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333  

Facebook_Logo_(2019).png