ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ปัจจุบันมีแนวโน้มการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้น ในมุมมองหนี่ง อาจมองเป็นเรื่องที่ดี เพราะสะท้อนความห่วงใยด้านสุขภาพ แต่การส่งเสริมการขาย การทุ่มงบโฆษณาการขายตรง และการโอ้อวดเกินจริงในบางกรณีมีส่วนชักจูงให้มีการบริโภคมากขึ้นและไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องกับแนวคิดเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพที่แท้จริง

 

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีความหมายตามชื่อ คือ อาหารที่ใช้รับประทานเพิ่มเติมจากอาหารตามปกติ ข้อมูล ณ เดือน ตุลาคม 2549 พบว่ามีการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประมาณ 5,000 ทะเบียน เป็นทะเบียนที่มีการนำเข้าถึงร้อยละ 33 และพบว่าคนไทยบริโภคอาหารเสริมประเภทสมุนไพร และเครื่องดื่มสมุนไพรสูงกว่า 20,000 ล้านนบาทต่อปี สาเหตุส่วนใหญ่ที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อมาจากการโฆษณาที่ทำให้รู้สึกเป็นความจำเป็นต้องรับประทาน เพราะเชื่อว่ารักษาโรคบางอย่างได้ เช่น เพื่อลดไขมันในเลือด หรือเพื่อลดความอ้วน ผู้บริโภคบางคนที่เล่นกีฬา ใกล้สอบ ทำงานหนัก จะมีความกังวลว่าตนเองอาจขาดสารอาหารจึงจำเป็นต้องใช้อาหารเสริมมาช่วยในการบำรุงร่างกาย ซึ่งคงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลี่อนเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

 

การโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีการลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี ในช่วงปี 2546 – 2549 ทั้งนี้ยังไม่ได้รวมงบด้านการส่งเสริมการขายและการขายตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีผลิตภัณฑ์ใหม่ จะเพิ่มการโฆษณาอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการบริโภค เช่น ผลิตภัณฑ์รังนก 2 ยี่ห้อ ได้ใช้งบโฆษณารวม200 ล้านบาทต่อปี และซุปไก่ 2 – 3 ประเภท ใช้งบไปกว่า 150 ล้านบาทต่อปี การโฆษณามักจะเกินจริงและหลอกลวง ทำให้เข้าใจผิตต่อผลิตภัณฑ์และบางกรณีเกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคตามมา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก็มีการออกประกาศคำเตือน แต่ก็ยังไม่มีมาตรการที่จะทำให้ผู้บริโภครับทราบได้ทั่วถึง

© 2014 by Thai Health Report

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 

เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

โทรศัพท์ 02-441-0201-4  ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333  

Facebook_Logo_(2019).png