ทุนทางสังคม

สังคมไทยเป็นสังคมที่มี “ทุนทางสังคม” จำนวนมากที่เป็นปัจจัยสำคัญ

ในการช่วยบรรเทาความรุนแรงและแก้ปัญหาสุขภาพให้แก่สังคม

เห็นได้จากการสำรวจความอยู่ดีมีสุขของคนในชุมชน ซึ่งระบุชัดเจนว่า ในแง่ความรักใครสามัคคี ความภูมิใจต่อชุมชน ความรู้สึกอบอุ่นใจ ปลอดภัยมั่นคง และสะดวกสบายของคนในชุมชนต่าง ๆ นั้นอยู่ในระดับสูง คือจากคะแนนเต็ม 5 ค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ อยู่ในระดับเกือบ 4 หรือมากกว่า 4 โดยการรู้จักกันของคนในชุมชน และระดับความร่วมมือในการทำกิจกรรมของชุมชนนั้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีคะแนนสูงสุดทั้งสองอย่าง

 

ในปี 2545 พบว่ามีคนไทยกว่า 1 ล้านคนเข้าร่วมในองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรกว่า 5 หมื่นแห่งทั่วประเทศ องค์กรเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นองค์การศาสนา ประมาณร้อยละ 61 และองค์กรที่ดำเนินการเกี่ยวกับการบริการสังคมสงเคราะห์ ร้อยละ 28 ในกลุ่มอาสาสมัครทำงานเพื่อสังคม พบว่าเป็นเพศชายราว 2 ใน 3 

 

คนไทยทั่วไปในแต่ละวันใช้เวลาเพื่อส่วนรวมในรูปแบบต่าง ๆ มากกว่า 1 ชั่วโมงต่อวันโดยเฉลี่ย

มีการศึกษาการพัฒนาคนของประเทศไทยในปี 2546 พบว่าครัวเรือนคนไทยที่เข้าร่วมกิจกรรมสาธารณประโยชน์มีมากถึงร้อยละ 96 โดยสัดส่วนสูงสุดคือครัวเรือนในภาคอีสาน ตามด้วยภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก ภาคใต้ และคนกรุงเทพฯ มีสัดส่วนเข้าร่วมน้อยที่สุดครัวเรือนที่เป็นสมาชิกกลุ่ม หรือองค์กรท้องถิ่นมีถึงร้อยละ 88

 

นอกจากนี้ยังพบว่าในประชากรแสนคน โดยเฉลี่ยจะมีการรวมกลุ่มเป็นกลุ่มหรือองค์กรชุมชน ราว 203 กลุ่ม ในส่วนภาครัฐนั้นได้ให้ความสำคัญต่อการรวมกลุ่มและการสร้างความเข้มแข็งในชุมชนด้านสุขภาพมากขึ้นตามลำดับ โดยมีการสนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งการจัดสรรงบประมาณผ่านกองทุนเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กว่า 1,200 ล้านบาท (2545) ไม่รวมกับการสนับสนุนผ่านส่วนอื่น ๆ เช่นกองทุนเพื่อสังคมอีกกว่า 4,000 ล้านบาท (2541-2545)

© 2014 by Thai Health Report

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 

เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

โทรศัพท์ 02-441-0201-4  ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333  

Facebook_Logo_(2019).png