โรคเอดส์

นับแต่พบผู้ป่วยคนแรกในเมืองไทยในปี 2527

โรคเอดส์ได้ขยายตัวและกลายเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของคนไทย

นับแต่พบผู้ป่วยคนแรกในเมืองไทยในปี 2527 โรคเอดส์ได้ขยายตัวและกลายเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของคนไทยแม้ผู้ติดเชื่อรายใหม่มีแนวโน้มลดลง แต่การติดเชื้อในกลุ่มผู้ติดยาเสพติดชนิดฉีดยังคงสูงอยู่

 

จากช่วงแรกที่มีปัญหาอยู่ในกลุ่มชายรักร่วมเพศและผู้ติดยาเสพติดได้ขยายเข้าสู่วงกว้างขึ้นไปสู่หญิงบริการทางเพศชายใช้บริการทางเพศและปัจจุบันได้เข้าสู่ครอบครัวคือภรรยาและลูก

 

นับตั้งแต่ปีที่มีผู้ป่วยรายแรกเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์นับรวมทั้งสิ้นกว่าหนึ่งล้านคนในจำนวนนี้คาดประมาณว่าเสียชีวิตไปแล้ว 4.5 แสนคนยังคงมีผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ที่ยังมีชีวิตอีกราว 6 แสนกว่าคน

 

ในแต่ละปีมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทุกปีจากปี 2528 ที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 56 คนเพิ่มเป็นพันกว่าคนในปีต่อมาจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนเป็นจำนวนแสนในช่วงปี 2533 ถึง 2536 และค่อยๆลดลงในปัจจุบันคาดประมาณว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ปีละประมาณ20,000 กว่าคน

 

สัดส่วนผู้ป่วยเอดส์ที่เป็นชายมากกว่าหญิงแต่ความแตกต่างมีน้อยลงไปเรื่อยๆจาก 8 ใน 10 คนเป็นชายในปี2532 มาเป็น 6 ใน 10 คนในปี 2545 ผู้ป่วยเอดส์ส่วนใหญ่อยู่ในวัยที่เป็นกำลังแรงงานของประเทศคือผู้ป่วยช่วงอายุ 20 ถึง 44 ปีเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 86 ของผู้ป่วยเอดส์ทั้งหมด กลุ่มอาชีพรับจ้างทั่วไปและอาชีพเกษตรกรมีสถิติการเป็นเอดส์มากที่สุดคือร้อยละ 44.2 และ 20.8 ของผู้ป่วยเอดส์ทั้งหมดตามลำดับ

 

ปัญหาที่ยังคงรอการแก้ไขเรื่องโรคเอดส์คงได้แก่กลุ่มยาเสพติดที่อัตราการติดเชื้อยังคงสูงอยู่อย่างต่อเนื่องและกลุ่มหญิงมีครรภ์ที่แนวโน้มยังคงไม่ลดลงมากนัก ควบคู่ไปกับตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยที่ลดลงงบประมาณการแก้ปัญหาเอดส์มีแนวโน้มลดลงเช่นกันจากงบประมาณสูงกว่า 2,000 ล้านในปี 2539 เหลือ 1,000 กว่าล้านในปี 2546 โดยเงินส่วนใหญ่ใช้เพื่อการรักษาและน้อยกว่า 1 ใน 3 ของงบฯเท่านั้นที่ใช้เพื่อการป้องกัน

© 2014 by Thai Health Report

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 

เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

โทรศัพท์ 02-441-0201-4  ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333  

Facebook_Logo_(2019).png