การบริโภคอาหาร

แม้ปัญหาทุพโภชนาการจะลดลง

แต่ปัญหาความปลอดภัยในการบริโภคอาหารยังไม่ลด 

แม้ปัญหาทุพโภชนาการจะลดลง แต่ปัญหาความปลอดภัยในการบริโภคอาหารยังไม่ลด ขณะที่ปัญหาการบริโภคอาหารเกินมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างน่ากลัว 

 

คนไทยจำนวนหนึ่งยังมีปัญหาขาดสารอาหาร ซึ่งตัวเลขจากการสำรวจเด็กทุพโภชนาการของสำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติในปี 2546 พบว่าร้อยละ 15 ของเด็กนักเรียนต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษาจำนวน 6.6 ล้านคนอยู่ในภาวะทุพโภชนาการ  คนไทยจำนวน  1.1 ล้านคนยังเป็นโรคขาดสารไอโอดีนซึ่งถึงแม้ว่าแนวโน้มการขาดไอโอดีนจะดีขึ้น อัตราการขาดสารไอโอดีนลดลงกว่าครึ่งหนึ่งในช่วงห้าปีที่ผ่านมา แต่คนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือก็ยังครองอันดับการขาดสารไอโอดีนมากกว่าคนในภาคอื่นมากกว่าสองเท่าตัวอยู่ดี   นอกจากนี้มากกว่าร้อยละ 10 ของหญิงมีครรภ์ยังคงเป็นโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลงโดยหญิงตั้งครรภ์จากภาคใต้และภาคกลางจะมีปัญหานี้มากที่สุด   

 

แต่ในขณะเดียวกันคนไทยอีกจำนวนหนึ่งกำลังบริโภคอาหารมากเกินจนเป็นโรคอ้วน และโรคไขมันในเลือดสูง  วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปและความเป็นสังคมเมืองที่เติบโตขึ้นทำให้อุปนิสัยการบริโภคอาหารของคนไทยเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว  กระบวนการผลิตอาหารเปลี่ยนมือจากเกษตรกรหรือผู้ประกอบการรายย่อย เป็นอาหารและของบริโภคที่ผลิตเชิงอุตสาหกรรมโดยผู้ประกอบการที่ใช้เงินทุนขนาดใหญ่มากขึ้น  คนไทยบริโภคน้ำตาลที่ถูกแปรรูปไปในแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขนมหวานหรือเครื่องดื่มมากขึ้น  โดยอัตราการบริโภคน้ำตาลภายในประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าตัวในช่วงเวลากว่ายี่สิบปีที่ผ่านมา จากเดือนละประมาณ 1 กิโลกรัมต่อคนในปีพ.ศ. 2526 เป็นเดือนละ 2.4 กิโลกรัมต่อคนในปี พ.ศ. 2544  นอกจากนี้คนไทยยังเผชิญหน้ากับปัญหาความปลอดภัยด้านอาหาร เช่น การปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์ม ในน้ำดื่มและอาหาร การปนเปื้อนสารเคมีและยาปฏิชีวนะ รวมทั้งการเกิดโรคใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เช่น โรควัวบ้า โรคไข้หวัดนก เป็นต้น 

© 2014 by Thai Health Report

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 

เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

โทรศัพท์ 02-441-0201-4  ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333  

Facebook_Logo_(2019).png