ทางสองแพร่ง ของนโยบายไข้หวัดนก

จะเลือกสุขภาพคน หรือธุรกิจสัตว์ปีกส่งออก

โรคไข้หวัดนก เป็นตัวอย่างของโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่มีความซับซ้อนและเป็นภัยคุกคามสุขภาพประชาชน รวมทั้งสร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจและสังคม การระบาดของโรคไข้หวัดนกที่เกิดขึ้นในประเทศแถบเอเชียในปี 2547 ได้สร้างความสูญเสียมากที่สุดเป็นประวัติการณ์  มีการทำลายสัตว์ปีกเพื่อควบคุมโรคไปมากกว่า 100 ล้านตัว  โดยมีผู้ป่วยเสียชีวิตในประเทศไทย 12 คน  และในเวียดนาม 20 คน 

 

ไข้หวัดนกสายพันธุ์เอชห้าเอ็นหนึ่ง (H5N1) ที่ระบาดอยู่ในขณะนี้พบว่าเคยมีการระบาดรุนแรงจนมีคนป่วยและตายเป็นครั้งแรกในฮ่องกง เมื่อปี 2540   ปัจจุบันเชื้อโรคสามารถติดต่อจากสัตว์ปีกสู่ ม้า แมวเสือ และคนได้การกำจัดหรือควบคุมไข้หวัดนกทำได้ยากมาก เพราะไข้หวัดชนิดนี้มีสัตว์ปีกเป็นพาหะโดยเฉพาะผ่านไก่ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงเชิงธุรกิจที่มีจำนวนมากที่สุด ในปี 2546 เกิดไข้หวัดนกระบาดไล่ตั้งแต่ในฮ่องกง เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม เกาหลีใต้ ไต้หวัน จีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม ปี 2547 ต่อมาก็แพร่กระจายสู่ประเทศไทย ลาว กัมพูชา ปากีสถาน และอินโดนีเซีย

 

สำหรับประเทศไทย ปลายปี 2546 มีข่าวว่าไก่ในเขตจังหวัดนครสวรรค์ตายอย่างประหลาดยกเล้า  และเกิดระบาดลุกลามไปอย่างรวดเร็ว เพียงเวลาเดือนเศษๆ ไก่เกือบทั่วประเทศก็ตายไปหลายหมื่นตัว กว่าที่รัฐบาลจะยอมรับว่ามีการระบาดของไข้หวัดนกสู่ไก่ ก็หลังจากมีไก่ตายเป็นจำนวนมากในหลายจังหวัดและมีคนป่วยและเสียชีวิตเมื่อกลางเดือนมกราคม 2547  โดยการระบาดได้ขยายตัวลามไปถึง 32 จังหวัด  (ดูรายละเอียดในล้อมกรอบ)   จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่น่าสะพรึงกลัวในบ้านเรา เพราะคนไทยทุกครัวเรือนนิยมเลี้ยงไก่ไว้กินไข่และกินเนื้อ ขณะที่ผลิตภัณฑ์จากไก่และเป็ดก็เป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศ โดยในปี 2546 ทำเงินเข้าประเทศสูงถึง 60,000 ล้านบาท พอมีเรื่องไข้หวัดนกในปี 2547 ยอดเงินนี้ก็ลดลงไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง

 

ความน่ากลัวของโรคไข้หวัดนกเห็นได้ชัดจากการกลับมาแพร่ระบาดของไข้หวัดนกถึง 2 รอบในปี 2547 รัฐบาลได้พยายามทุกวิถีทางในการควบคุมโรค  โดยเอ็กซเรย์ทุกตารางนิ้วและฆ่าไก่ไปหลายสิบล้านตัว พร้อมกับจ่ายเงินทดแทนให้ผู้เลี้ยงกว่า 5 พันล้านบาท รวมถึงส่งเสริมแกมบังคับให้มีการเลี้ยงไก่แบบถูกหลักสุขาภิบาลการแบ่งเขตพื้นที่เลี้ยงสัตว์ปีกและเข้มงวดในเรื่องการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีก

 

ทั้งหมดนี้แค่ทำให้การระบาดซาลงไปบ้าง ในช่วงปลายปี 2547 ต่อต้นปี 2548 มีการแพร่ระบาดอย่างหนักของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์เอชห้าเอ็นหนึ่งในเวียดนามอีกครั้งส่วนในบ้านเราอาจเกิดการระบาดในรอบที่ 3  เพราะต้นปี 2548 ยังคงพบการติดเชื้อในไก่บ้าน นกธรรมชาติติดเชื้อ 0.5-1% ไก่ชนติดเชื้อ 1-2%  และเป็ดไล่ทุ่ง 10 ล้านตัว ในบางแห่งติดเชื้อสูงถึง 40%จนเป็นเหตุให้รัฐบาลสั่งเอ็กส์เรย์ทุกพื้นที่อีกรอบหนึ่ง

 

หลายฝ่ายจึงฟันธงว่า ประเทศไทยและประทศเพื่อนบ้านจะเป็นแหล่งรังโรคของไข้หวัดนกไปอีกนาน

© 2014 by Thai Health Report

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 

เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

โทรศัพท์ 02-441-0201-4  ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333  

Facebook_Logo_(2019).png