ฝุ่นร้าย PM 2.5 ค่าเกินมาตรฐานในทุกจังหวัดของไทย

กุมภาพันธ์ 2564

มนสิการ กาญจนะจิตรา

คณะทำงานรายงานสุขภาพคนไทย 

สิ่งแวดล้อมกับสุขภาพเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ สิ่งแวดล้อมที่สะอาด มีคุณภาพ ย่อมส่งผลให้สุขภาพของคนดีตามไปด้วย แต่ในทางกลับกัน หากสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม เต็มไปด้วยมลพิษ ย่อมทำให้สุขภาพของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายย่ำแย่ตามไปด้วย


อากาศเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต แต่มนุษย์เป็นตัวการสำคัญในการสร้างมลพิษทางอากาศ ไม่ว่าจะเป็นควันจากการคมนาคม อุตสาหกรรม และการเผาไหม้เพื่อการเกษตร ผลผลิตของกิจกรรมเหล่านี้ ส่งผลให้เกิดฝุ่นละอองที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์เอง


ฝุ่นละอองที่กลายเป็นชื่อที่คุ้นหูของคนไทยในหลายปีที่ผ่านมา คือ ฝุ่น PM 2.5 ที่เป็นฝุ่นขนาดเล็กขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน เล็กกว่า 1 ใน  25 ของเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผม ขนาดที่เล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่านี้ มีผลเสียต่อร่างกายอย่างมาก เพราะสามารถแทรกซึมไปในกระแสเลือดและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้


ในวันที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ขึ้นสูง บางคนสามารถรู้สึกแสบตา แสบจมูก แสบคอ คันผิว ได้ทันที แต่นั่นเป็นเพียงผลกระทบส่วนหนึ่งของฝุ่นร้ายนี้เท่านั้น


ฝุ่น PM 2.5 นี้ จะไปกระตุ้นให้คนที่มีโรคประจำตัว เช่น ภูมิแพ้ และหอบหืด มีอาการกำเริบขึ้นมาได้ และยิ่งไปกว่านั้น ผลของการสัมผัสฝุ่นจิ๋วในระยะยาว สามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอดและโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดได้ นำไปสู่การเสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือด โรคเส้นเลือดสมองตีบ โรคมะเร็งปอด และโรคปอดอักเสบ


องค์การอนามัยโลกได้กำหนดค่ามาตรฐานสำหรับคุณภาพอากาศที่ดี โดยกำหนดว่าค่าเฉลี่ยใน 24 ชั่วโมง ควรไม่เกิน 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าเฉลี่ยใน 1 ปี ไม่ควรเกิน 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร


ทุกจังหวัดในประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยรายปีฝุ่น PM 2.5 สูงกว่าค่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ นั่นคือ ไม่มีจังหวัดใดในประเทศไทยที่ถือได้ว่ามีคุณภาพอากาศที่ดีเลย ยิ่งไปกว่านั้น 10 จังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยรายปีของฝุ่นร้ายสูงที่สุด มีค่าสูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 3 เท่า


 

1. ภูเก็ต

2. ระนอง

3. พังงา

4. กระบี่

5. ตรัง

6. สตูล

7. นครศรีธรรมราช

8. สุราษฎร์ธานี

9. พัทลุง

10. ยะลา

10 จังหวัด

ที่มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM 2.5

ต่ำที่สุด

10 จังหวัด

ที่มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM 2.5

สูงที่สุด

1.เชียงราย
2.เชียงใหม่
3.แม่ฮ่องสอน
4.ลำพูน
5.พะเยา
6.ลำปาง
7.น่าน
8.แพร่
9.อุตรดิตถ์
10.สุโขทัย

ที่มา: Attavanich, W. 2020. Social Cost of Air Pollution from Particulate Matter 2.5

         Micrometers (PM2.5) in Thailand. Working Paper No.12/2020., Department of

         Economics, Faculty of Economics, Kasetsart University.


คุณภาพอากาศของประเทศไทยเข้าขั้นวิกฤตถึงเพียงนี้ ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนจะต้องเอาจริงเอาจังกับการจัดการคุณภาพของสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย การมีอากาศสะอาดหายใจควรจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานสำหรับคนทุกคน เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยทุกคน


สำหรับข้อมูลสิ่งแวดล้อมด้านอื่นๆ ต่อสุขภาพของคนในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย รอติดตามได้ใน “ตัวชี้วัดสุขภาพพื้นที่” ในรายงานสุขภาพคนไทย 2564 ซึ่งจะออกเร็ว ๆ นี้

 

ภาพประกอบโดย  www.freepik.com

ความยากจนของคนไทย

กุมภาพันธ์ 2564

ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: ผลกระทบเชิงบวกและทิศทางการพัฒนาหลังการระบาดของโควิด-19

กุมภาพันธ์ 2564

การเติบโตของอุตสาหกรรมมาพร้อม
ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม

2021-February-06.png

กุมภาพันธ์ 2564

© 2014 by Thai Health Report

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 

เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

โทรศัพท์ 02-441-0201-4  ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333  

Facebook_Logo_(2019).png