กองทุนสุขภาพชุมชน: รูปแบบกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น ดูแลสุขภาพ ที่เห็นผลแล้ว!

กองทุนสุขภาพชุมชน หรือกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล เป็นกองทุนเพื่อสุขภาวะของประชาชนในระดับท้องถิ่น ตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2549 เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราฃบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ที่ต้องการกระจายอำนาจให้คนในชุมชนมีบทบาทในการดูแลสุขภาพของสมาชิกทุกเพศทุกวัย และทุกกลุ่ม โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

 

ตัวอย่างกิจกรรมดีๆ ที่เกิดขึ้นแล้วในชุมชนหลายๆ แห่งทั่วประเทศ อาทิ การมีรถพยาบาลเพื่อการเจ็บป่วยฉุกเฉิน การทำให้ชุมชนปลอดจากการจำหน่ายสุรา โครงการสานสัมพันธ์สายใยรักแห่งครอบครัว การเยี่ยมบ้านเยี่ยมใจ ใส่ใจผู้พิการ และบริบาลผู้สูงอายุ การป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เยียวยาทางกายและใจ ผู้ป่วยเรื้อรัง ป้องกันโรคระบาดอย่างทันท่วงที จากจุดเริ่มเล็กๆ นี้เอง บางชุมชนก้าวไกลไปถึงการจัดการสวัสดิการภาคประชาชนโดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณรัฐอีกด้วย เช่น ระดมทุนสร้างโรงพยาบาล สถานีอนามัย จัดหาแพทย์ประจำสถานีอนามัยตามวันเวลาที่กำหนด ตลอดจนสนับสนุนให้ลูกหลานในท้องถิ่นได้เรียนหมอ พยาบาล เพื่อให้กลับมาดูแลคนในชุมชนอีกด้วย 

 

จนถึงสิ้นเดือน กุมภาพันธ์ 2553 มีองค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาล ให้ความสนใจและร่วมพัฒนากองทุนสุขภาพชุมชนรวม 3,946 แห่ง ทั่วประเทศ และจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะตัวอย่างกิจกรรมสร้างสรรค์ ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชน ได้สร้างแรงบันดาลใจให้อีกหลายชุมชนทั่วประเทศต้องการพัฒนาความอยู่ดีมีสุข บรรเทาความเดือดร้อนด้วยตัวของพวกเขาเอง นับเป็นนวัตกรรมทางสุขภาพของสังคมไทยที่น่าจับตามองยิ่ง

คนไทยได้รับ 2 รางวัลเกียรติยศ:

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลและรางวัลแมกไซไซ

ปี 2552 เป็นปีแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงการสาธารณสุขไทย กับ 2 รางวัลเกียรติยศที่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ รางวัลแรกได้แก่ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล มีผู้ได้รับรางวัลร่วมกัน     2 คน คือนายแพทย์วิวัฒน์ โรจนพิทยากร และนายวิชัย วีระไวทยะ และรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะของ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ทั้งสองรางวัลเป็นเครื่องประกาศเกียรติคุณในฐานะที่ทั้งสามท่านเป็นผู้มีบทบาทในการป้องกันและรักษาโรคเอดส์ จนประสบผลสำเร็จในระดับประเทศและนานาชาติ

 

นายแพทย์วิวัฒน์ โรจนพิทยากร มีผลงานเด่นที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ โครงการถุงยางอนามัย 100% ที่ริเริ่มในจังหวัดราชบุรี เมื่อปี 2532 และขยายโครงการให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ และในต่างประเทศก็ได้นำแนวคิดนี้ไปใช้จนประสบผลสำเร็จ ขณะที่นายมีชัย วีระไวทยะ มีผลงานสำคัญคือ การกระตุ้นให้รัฐบาลและสังคมทั่วไปตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ถุงยางอนามัย การปรับเปลี่ยนทัศนคติเรื่องการใช้ถุงยางอนามัย

 

สำหรับ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ได้รับการยกย่องให้เป็นต้นแบบของผู้ทำงานที่มีความมุ่งมั่น กล้าหาญและเสียสละ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและผลิตยาต้านไวรัสจีพีโอเวียร์ในราคาถูก ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยเอดส์เข้าถึงยาได้อย่างทั่วถึง ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ป่วยในประเทศอื่นๆ เข้าถึงยา โดยเฉพาะประเทศต่างๆ ในแอฟริกา ซึ่งมีผู้ป่วยเอดส์อยู่เป็นจำนวนมาก โดยตระเวนทำงานร่วม 10 ปี ในประเทศต่างๆ แถบแอฟริกาเพื่อดูแลผู้ป่วย และถ่ายทอดความรู้และฝึกสอนเภสัชกรในแอฟริกาให้ผลิตยาต้านโรคเอดส์และยารักษาโรคมาลาเรียที่มีคุณภาพดีราคาถูก ทำให้ผู้ป่วยเอดส์ชาวแอฟริกันหลายล้านคนสามารถเข้าถึงยาได้ 

เอชไอเอ: เครื่องมือดูแลสุขภาพเพื่อประชาชน

เครื่องมือที่เรียกว่า “เอชไอเอ”  หรือที่มาจากคำว่า Health Impact Assessment (HIA) ถือเป็นเครื่องมือใหม่ที่ใช้ในการประเมินผลกระทบทางสุขภาพของโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ประกอบด้วยขั้นตอนที่สำคัญ ได้แก่ กระบวนการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะแผนงานหรือโครงการ ทั้งเชิงบวกเชิงลบที่อาจจะมีต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยใช้ความรู้ด้านการประเมินความเสี่ยง ระบาดวิทยา ผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และที่สำคัญประชนในพื้นที่มีโอกาสรับรู้รับฟัง และสามารถคัดค้านโครงการต่างๆ นั้นได้ หากส่งผลร้ายต่อสุขภาวะในพื้นที่อย่างใหญ่หลวง มาตรการดังกล่าวนี้ กำหนดให้ต้องกระทำตามมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พ.ศ.2550

 

สืบเนื่องมาจากวิกฤตมาบดาพุด จังหวัดระยอง (ดูรายละเอียดในสถานการณ์เด่นเรื่องที่ 2 มาบตาพุด: ปัญหาร้อนทางเศรษฐกิจ ปัญหามลพิษของชาวบ้าน) จนมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ ทำให้เกิดหลักเกณฑ์การทำ “เอชไอเอ” เพื่อสุขภาวะของประชาชน ประกาศใช้เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2552 โดยมีโครงการ 9 ประเภท ที่ควรจะต้องทำเอชไอเอก่อนดำเนินโครงการ ได้แก่ 1) การจัดทำและปรับปรุงผังเมือง 2) การวางแผนภูมิภาค 3) การจัดทำแผนโครงข่ายการคมนาคม 4) การจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า 5) การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาแร่ 6) การเพาะปลูกหรือเพาะเลี้ยงสิ่งมีชีวิตที่ดัดแปลงพันธุกรรม 7) การทำการเกษตรขนาดใหญ่ 8) การดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตราย กากของเสีย และสารกัมมันตภาพรังสี และ 9) การทำข้อตกลงการค้าเสรี 

 

การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ หรือเอชไอเอ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยสร้างสังคมอนาคตที่ดีของลูกหลานที่จะต้องติดตามผลักดันให้เกิดผลอย่างแท้จริงต่อไป

ความสำเร็จครั้งแรกของการพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่

ในประเทศไทย

กองทุนสุขภาพชุมชน
รูปแบบกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นดูแลสุขภาพ ที่เห็นผลแล้ว!

กองทุนสุขภาพชุมชน หรือกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล เป็นกองทุนเพื่อสุขภาวะของประชาชนในระดับท้องถิ่น ตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2549 เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราฃบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ที่ต้องการกระจายอำนาจให้คนในชุมชนมีบทบาทในการดูแลสุขภาพของสมาชิกทุกเพศทุกวัย และทุกกลุ่ม

คนไทยได้รับ 2 รางวัลเกียรติยศ
รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล
และรางวัลแมกไซไซ

ปี 2552 เป็นปีแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงการสาธารณสุขไทย กับ 2 รางวัลเกียรติยศที่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ รางวัลแรกได้แก่ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล มีผู้ได้รับรางวัลร่วมกัน 2 คน คือนายแพทย์วิวัฒน์ โรจนพิทยากร และนายวิชัย วีระไวทยะ 

เอชไอเอ
เครื่องมือดูแลสุขภาพเพื่อประชาชน

เครื่องมือที่เรียกว่า “เอชไอเอ”  หรือที่มาจากคำว่า Health Impact Assessment (HIA) ถือเป็นเครื่องมือใหม่ที่ใช้ในการประเมินผลกระทบทางสุขภาพของโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ประกอบด้วยขั้นตอนที่สำคัญ ได้แก่ กระบวนการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะแผนงาน

ความสำเร็จครั้งแรกของการพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย

นับตั้งแต่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 (สายพันธุ์ H1N1) ในประเทศเม็กซิโก เมื่อเดือนมีนาคม 2552 จนมาถึงปัจจุบัน (มีนาคม 2553) เชื้อไข้หวัดใหญ่ได้แพร่กระจายทั่วทุกมุมโลกกว่า 200 ประเทศ และมีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อนี้ แล้วอย่างน้อย 16,000 คน

นับตั้งแต่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 (สายพันธุ์ H1N1) ในประเทศเม็กซิโก เมื่อเดือนมีนาคม 2552 จนมาถึงปัจจุบัน (มีนาคม 2553) เชื้อไข้หวัดใหญ่ได้แพร่กระจายทั่วทุกมุมโลกกว่า 200 ประเทศ และมีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อนี้ แล้วอย่างน้อย 16,000 คน ความน่ากลัวอยู่ที่ว่าเมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายมนุษย์แล้ว จะเข้าไปทำลายปอด สมอง และระบบทางเดินหายใจ และสามารถไปติดกับบุคคลใกล้ชิดทันที หากไม่มีการป้องการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว เพราะมนุษย์ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อไปไวรัสชนิดนี้มาก่อน ดังนั้น วัคซีนป้องกันไวรัส จึงเป็นคำตอบสำคัญในในการควบคุมการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ หากมีการแพร่ระบาดอีกหลายระลอกโดยที่ไม่มีใครคาดการณ์ได้

 

ในขณะที่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กำลังระบาดอยู่นี้ ไทยเราเองก็กำลังสร้างโรงงานวัคซีนขนาดใหญ่ 2 แห่ง เพื่อรองรับการผลิตวัคซีนป้องกันโรคระบาดสำหรับคนไทยทั้งประเทศ และที่เป็นความภาคภูมิใจของการพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยที่ทัดเทียมในระดับสากลคือ เราสามารถพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ขึ้นมาได้ทั้งจากเชื้อตาย และเชื้อเป็นได้แล้ว ซึ่งผลการทดลองอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และนับจากนี้ไปทีมนักวิจัยจะพัฒนาต่อยอดการค้นคว้าให้ผลออกมาใช้กับคนได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่จะเข้าสู่โรงงานผลิตเพื่อใช้ในประเทศ

 

ผลงานแห่งความสำเร็จของการสาธารณสุขไทยครั้งนี้ เป็นเครื่องรับประกันได้ว่า หากมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ไปทั่วโลก ไทยจะมีวัคซียนใช้ได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากต่างประเทศ 

© 2014 by Thai Health Report

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 

เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

โทรศัพท์ 02-441-0201-4  ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333  

Facebook_Logo_(2019).png