องค์การยูเนสโกถวายราชสดุดีในหลวงรัชกาลที่ 9

ในที่ 26 กันยายน 2560 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือองค์การยูเนสโก (UNESCO) และตัวแทนจากนานาชาติ ได้ถวายราชสดุดี เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ณ เวทีประชุม สันติภาพนานาชาติที่กรุงปารีส โดยนางอิริน่า โบโควา ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ได้ถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ว่าทรงเป็นมหากษัตริย์นักพัฒนา ที่ทรงส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ พอเพียงที่นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และทรงส่งเสริม ให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยยูเนสโกมีความมุ่งมั่นที่จะ สานต่อพระราชปณิธานของรัชกาลที่ 9 โดยเฉพาะในเรื่อง การศึกษาที่ทั่วถึงซึ่งจะทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้องค์การพระพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส และ สำนักงานผู้แทนถาวรไทยประจำยูเนสโก ได้จัดการประชุม สันติภาพนานาชาติ 2017 (International World Peace) ในหัวข้อ “การสร้างสันติภาพในสังคมอย่างยั่งยืน: มรดก ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ระหว่างวันที่ 26-28 กันยายน 2560 ที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส โดยผู้อำนวยการใหญ่ของยูเนสโก และนาย ไมเคิล วอป ประธานกรรมการบริหารยูเนสโก พร้อมกับตัว แทนผู้แทนถาวรจากนานาประเทศ รวมทั้งตัวแทนผู้นำ พระพุทธศาสนาจากประเทศต่างๆ และประธานองค์การ พุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ได้กล่าวถวายราชสดุดีและ แสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติด้วยการ ถวายราชสักการะในเวทีนานาชาติ นางอิริน่า โบโควา ได้กล่าวถึงพระราชกรณียกิจและ แนวคิดของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เกี่ยวกับการพัฒนาอันมีประชาชนเป็น ศูนย์กลาง ซึ่งสอดรับกับความสำคัญของการบรรลุเป้าหมาย การพัฒนาอย่างยั่งยืนในปี 2573 ของยูเนสโก และกล่าวว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีคุณูปการอย่างยิ่งต่อการ เปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน เป็นการ เปลี่ยนแปลงในระดับโลก ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แนวคิดนั้นมีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลา เหมาะสมกับการ พัฒนาในยุคศตวรรษที่ 21 มีการพัฒนามนุษย์ ช่วยเสริม ศักยภาพแก่ผู้ที่ด้อยกว่าเพื่อมุ่งไปสู่แนวทางของความเท่า เทียมทางสังคมในรูปแบบที่ยั่งยืน ทำให้แนวทางดังกล่าว สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนของยูเนสโก รวมถึงการ ปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และปกป้องโลก นอกจากนี้ นางอิริน่า โบโควา ยังได้ยกย่องพระองค์ว่าเป็นครูของประชาชน เพราะพระองค์ท่านทรงชี้นำในเรื่องการศึกษาสู่พัฒนาการ ที่เรียนรู้คิด และแสดงออกตามความสามารถของบุคคล ไม่ใช่แค่การเรียนรู้เพื่อเขียนอ่านและคำนวณ แต่ต้อง หมายรวมถึงองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมและความหลากหลาย การศึกษาต้องช่วยเสริมศักยภาพให้ผู้เรียนพัฒนาไปสู่การเป็น พลเมืองโลก มีส่วนร่วมในสังคมของตน และเปิดกว้างสู่โลก ภายนอก และนี่คือบทบาทของการศึกษาในศตวรรษที่ 21 องค์การยูเนสโกถวายราชสดุดีในหลวงรัชกาลที่ 9

WHO ชื่นชมระบบหลักประกันสุขภาพไทย ที่สามารถให้บริการล้างไตที่บ้าน

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 นายทีโดรส อัดฮานอม (Tedros Adhanom) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก และคณะได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือน ไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้า มหิดล (Prince Mahidol Award Conference: PMAC) ประจำปี 2561 และกล่าวชื่นชมไทยที่มีบทบาทในประเด็น สุขภาพโลกอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะความสำเร็จในการยุติ ปัญหาการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีและกามโรคจากแม่สู่ลูก หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และโรคเท้าช้าง รวมทั้งชื่นชม นโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้ภาคประชาสังคมมีส่วน สำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้าน สุขภาพได้อย่างทั่วถึง ซึ่งสามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำใน สังคมได้อย่างแท้จริง ในโอกาสเยือนประเทศไทย นายทีโดรส อัดฮานอม ได้ลงพื้นที่ ซอยพระเจน ชุมชนบ่อนไก่ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เพื่อเยี่ยมบ้านผู้ป่วยล้างไตช่องท้อง และได้แสดงความ เห็นว่า ตนได้รับแรงบันดาลใจที่สำคัญว่า ผู้ป่วยในประเทศไทย ได้รับบริการสาธารณสุขที่ดี โดยไม่มีอุปสรรคทางด้านการเงิน มาขวางกั้น เพราะมีรัฐบาลให้การสนับสนุน เมื่อตนถามผู้ป่วย ล้างไตช่องท้องท่านนี้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากรัฐบาลไม่สนับสนุน เขาตอบว่าเราก็แค่รอความตายเท่านั้น สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ทำลายกำแพงด้านการ เงินลงได้ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่สำคัญของระบบนี้ นั่นคือไม่ให้การเงิน เป็นอุปสรรคของการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของประชาชน โดยที่นี่หมอและพยาบาลสามารถฝึกอบรมผ้ป่วย ครอบครัวและชุมชนให้ทำหน้าที่ดูแลรักษาตัวเองได้ ผู้ป่วยสามารถ ล้างไตเองได้ที่บ้าน โดยมีญาติและชุมชนคอยช่วยเหลือ ในรูปแบบอาสาสมัครสาธารณสุข เป็นการขยายบริการลงไป ที่บ้าน สิ่งนี้ทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยมีความ ยั่งยืน เพราะการรักษาไม่ใช่แค่เรื่องของแพทย์หรือบุคลากร สาธารณสุขเท่านั้น แต่ต้องทำให้ญาติและชุมชนเข้ามามี ส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยด้วย นับเป็นต้นแบบที่น่าสนใจที่ไทย สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ประเทศอื่นๆ ได้ สำหรับการล้างไตผ่านช่องท้องในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ระยะสุดท้าย ประเทศไทยเริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2555 ขณะนั้นยัง เป็นการล้างไตโดยใช้น้ำยาล้างไตในบรรจุภัณฑ์แบบขวด ไม่ได้เป็นถุงน้ำยาล้างไตที่เป็นมาตรฐานอย่างในปัจจุบัน ทำให้ ผลการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร มีการติดเชื้อค่อนข้างมาก แต่หลัง จากมีการนำน้ำยาล้างไตที่บรรจุภัณฑ์แบบถุงตามมาตรฐาน สากลมาใช้ ประกอบกับมีการพัฒนาอุปกรณ์และเทคนิคการ ล้างไตผ่านช่องท้องอย่างต่อเนื่อง ทำให้การล้างไตผ่านช่อง ท้องได้ผลดี การที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กำหนดนโยบายล้างไตผ่านช่องท้องเป็นทางเลือกแรก (CAPD First Policy) ช่วยให้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายสามารถ เข้าถึงการรักษาได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกล ในต่างจังหวัด ถิ่นทุรกันดาร การคมนาคมไม่สะดวก ปัจจุบัน ในประเทศไทยมีผู้รักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้องแล้วกว่า 20,000 ราย และมีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปี จนในปัจจุบันพบว่า ผู้ป่วยใหม่ที่เข้ารับล้างไตทางช่องท้องมีปริมาณใกล้เคียงกับ ผู้ป่วยใหม่ที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โดยผู้ป่วย ล้างไตทางช่องท้องด้วยตัวเองที่บ้านหลายคนอยู่มีสุขภาพดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อยๆ

องค์การยูเนสโกถวายราชสดุดี
ในหลวงรัชกาลที่ 9

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2560 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ

หรือองค์การยูเนสโก(UNESCO) และตัวแทนจากนานาชาติ ได้ถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9

WHO ชื่นชมระบบหลักประกันสุขภาพไทย ที่สามารถให้บริการล้างไตที่บ้าน

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 นายทีโดรส อัดฮานอม (Tedros Adhanom) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกและคณะได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือนไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล (Prince Mahidol Award Conference: PMAC) ประจำปี 2561

ยกย่องไทยประเทศชั้นนำแก้โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกรายงานผล

การติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานป้องกันและ

ควบคุมโรคไม่ติดต่อ (Non-Communicable Diseases หรือ NCDs) ของประเทศต่างๆ ในปี 2560 (NCDs Progress Monitor 2017) รายงานว่า ไทยมีการดำเนินการป้องกันและควบคุมโรค NCDs ที่บรรลุผลแล้ว 12 ข้อจาก 19 ข้อ สูงติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก

สสส. ได้รางวัล No Tobacco Day
ควบเชิดชูเกียรติธรรมาภิบาล

วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์

เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จ ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ทรงเปิดงาน

“วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2560” จัดโดย กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน โดยในปี 2560 องค์การอนามัยโลกได้กำหนดประเด็นรณรงค์ว่า “Tobacco- a threat to development” หรือ “บุหรี่: ตัวร้ายทำลาย

การพัฒนา”

ยกย่องไทยประเทศชั้นนำแก้โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกรายงานผล การติดตามความคืบหน้าในการด􀄞ำเนินงานป้องกันและ ควบคุมโรคไม่ติดต่อ (Non-Communicable Diseases หรือ NCDs) ของประเทศต่างๆ ในปี 2560 (NCDs Progress Monitor 2017) รายงานว่า ไทยมีการดำเนิน การป้องกันและควบคุมโรค NCDs ที่บรรลุผลแล้ว 12 ข้อ จาก 19 ข้อ สูงติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก จากทั้งหมด 191 ประเทศ และเป็นประเทศที่บรรลุผลในการดำเนิน การสูงสุดอันดับ 1 ในทวีปเอเชีย และภูมิภาคอาเซียน โดย เป้าหมายในการติดตามความคืบหน้าที่ประเทศดำเนินการ บรรลุผลแล้ว ได้แก่ การตั้งเป้าหมายและตัวชี้วัด NCDs ในระดับชาติ มีระบบการเก็บรวบรวมข้อมูลที่น่าเชื่อถือ มีแบบ สำรวจสุขภาพทุก 5 ปี มียุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติงาน NCDs แบบพหุภาคีในระดับชาติ การผลักดันกฎหมายที่ เกี่ยวข้องกับยาสูบ แอลกอฮอล์ อาหาร การส่งเสริมกิจกรรม ทางกาย เป็นต้น กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค และไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่เป็นโรคที่เกิด จากนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ซึ่งจะมีการดำเนิน โรคอย่างช้าๆ ค่อยๆ สะสมอาการอย่างต่อเนื่อง และเมื่อ มีอาการของโรคแล้วมักจะเกิดการเรื้อรังของโรคด้วย กลุ่มโรค NCDs ที่สำคัญได้แก่ โรคทางระบบหัวใจและหลอด เลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน โรคมะเร็งต่างๆ โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ถุงลมโป่งพอง โรคไตเรื้อรัง โรคอ้วนลงพุง โรคตับแข็ง และ โรคสมองเสื่อม NCDs นับเป็นวิกฤตที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนทั้งระดับ ประเทศและนานาชาติ ในแต่ละปีทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตก่อน วัยอันควรมากถึง 16 ล้านคนจากโรคหัวใจ ปอด โรคหลอด เลือดในสมอง โรคมะเร็ง และโรคเบาหวาน ร้อยละ 80 มา จากประชากรในประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง จึง เป็นที่มาของการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ องค์การสหประชาชาติ (SDG) เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตให้ ได้ 1 ใน 3 ภายในปี 2573 การป้องกันและควบคุม NCDs ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาค รัฐ เอกชน ประชาชน โดยเฉพาะหน่วยงานท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ ชิดประชาชน เพื่อความยั่งยืนของระบบสุขภาพ ปัจจุบันประเทศไทยพบว่าอัตราการเสียชีวิตของ ประชากร 3 ใน 4 มีสาเหตุมาจากโรค NCDs เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคดังกล่าว ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อโรค แต่เป็นผลจากการมี พฤติกรรมการด􀄞ำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย ทานอาหารหวาน มัน เค็มมาก พักผ่อนน้อย และมีความเครียด ส่งผลให้ความดันเลือดสูง น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูงขึ้น น้ำหนักตัวเกินจน กระทั่งอ้วน ส่งผลให้เกิดโรคไม่ติดต่อตามมา แพทย์แนะนำว่า โรค NCDs สามารถป้องกันได้ง่ายๆ ด้วยหลัก 3 อ. 2 ส. ดังนี้ อ.ที่ 1 อาหาร ทานอาหารแต่พอดี งดทานอาหารหวาน มัน เค็ม ควรมีผักหรือผลไม้ในอาหารทุกมื้อ อ.ที่ 2 คือออกกำลังกาย สม่ำเสมอ วันละครึ่งชั่วโมง สัปดาห์ละ 5 วัน อ.ที่ 3 คืออารมณ์ ทำจิตใจให้แจ่มใส พักผ่อนให้เพียงพอ ส.ที่ 1 คือไม่สูบบุหรี่ และ ส.ที่ 2 คือลดการดื่มสุรา เบียร์ และเครื่องดื่มมึนเมา

สสส. ได้รางวัล No Tobacco Day ควบเชิดชูเกียรติธรรมาภิบาล

วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จ ณ ศูนย์การค้า

ฟิวเจอร์พาร์ค อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ทรงเปิดงาน “วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2560” จัดโดย กระทรวงสาธารณสุข

ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน โดยในปี 2560องค์การอนามัยโลกได้กำหนดประเด็นรณรงค์ว่า “Tobacco

- a threat to development” หรือ “บุหรี่: ตัวร้ายทำลายการพัฒนา” เพื่อแสดงความห่วงใยประชาชนการปกป้อง

การคุกคามจากภัยยาสูบ ในโอกาสนี้ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯได้ประทานรางวัลขององค์การอนามัยโลก คือ World No

Tobacco Day Award 2017 แก่ ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน และสนับสนุนการสร้างเครือข่ายเพื่อการดำเนินงานควบคุมการบริโภคยาสูบ การสร้าง

สขุ ภาวะทีดีรวมถึงลดปัจจัยเสี่ยงหลักจากโรคทีเกิด จากการเสพยาสูบ โดยรางวัลดังกล่าว องค์การอนามัยโลกจะมอบให้แก่บุคคลที่อุทิศตนดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสนับสนุนการควบคุมการบริโภคยาสูบอย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ได้ทำงานตามยุทธศาสตร์ไตรพลังในการควบคุมปัญหายาสูบ คือ 1. สนับสนุนการพัฒนานโยบาย

ตามแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ 2. สนับสนุนการสร้างองค์ความรู้การควบคุมการบริโภคยาสูบ จากระดับ

องค์กรสู่ชุมชน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติส่งเสริมตนให้มีสุขภาพที่ดี ไม่ริ เริ่ม ลองการบริโภคยาสูบ และ 3. สนับสนุนการ

ขับเคลื่อนสังคม โดยการสร้างเครือข่ายการดำเนินงานควบคุมการบริโภคยาสูบ เพื่อลดปัญหาและป้องกันผลกระทบจาก

บุหรี่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลจากการทำงานอย่างเข้มข้นของเครือข่ายต่างๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้

อัตราการสูบบุหรี่ของประชากรไทยลดลงจาก ร้อยละ 25.7ในปี 2544 อยู่ที่ต่ำกว่า ร้อยละ 20 ในปี 2558

นอกจากรางวัลของผู้บริหาร สสส. แล้ว สสส. ยังได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรีในปี 2560 เนื่องจากได้รับคะแนนประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสการดำเนินงานของหน่วยงานภาค

รัฐ (Integrity and Transparency Assessment – ITA)ประจำปีงบประมาณ 2559 โดยสำนักงานคณะกรรมการ

ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)ในระดับสูงมาก โดยได้รับคะแนน 81.41 ในการนี้ ป.ป.ท.ได้ประเมินองค์กรของรัฐกว่าสองร้อยแห่งใน 5 ประเด็นหลักคือ ความโปร่งใส ความพร้อมรับผิด ความปลอดจากการ

ทุจริตในการปฏิบัติงาน วัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร และคุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน โดยประเมินจากหลักฐาน

การดำเนินงาน และสุ่มตัวอย่างประเมินจากผู้เกี่ยวข้อง อาทิภาคีเครือข่าย ซึ่ง สสส. เป็นหนึ่งในองค์กรที่ได้รับเกียรติบัตร

องค์กรที่มีผลคะแนนอยู่ในระดับสูงมากนอกจากนี้ผลการประเมินการดำเนินงานของ สสส.จากคณะกรรมการประเมินผล ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรีตามข้อเสนอจากกระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ 2559 ตามกรอบชี้วัดองค์กร 5 ด้าน ได้แก่ผลสัมฤทธิ์ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเงิน การปฏิบัติการ และทุนหมุนเวียน ยังรายงานว่า สสส. ได้คะแนนผลการดำเนินงาน 4.56 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนนซึ่งสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา รศ.ดร. วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานคณะกรรมการประเมินผลฯ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในภาพรวมขององค์กรปี 2559 เพิ่มขึ้นจากปี 2558 เกือบทุกด้าน โดยมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม อาทิ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาวะการบูรณาการด้านเป้าหมาย ภาคี กลุ่มผู้รับประโยชน์

การประเมินผลความค้มุ ค่าระดับแผนงาน/โครงการ เพื่อให้สังคมเข้าใจบทบาทและการดำเนินงานของ สสส.

© 2014 by Thai Health Report

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 

เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

โทรศัพท์ 02-441-0201-4  ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333  

Facebook_Logo_(2019).png