ให้สิทธิบัตรทองกับผู้พิการทุกคน

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ   (คสช.) ได้ใช้อำนาจตามมาตรา  44  แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว  พ.ศ.  2557  ออกคำสั่งเรื่องการรับบริการสาธารณสุขของคนพิการ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมให้ผู้พิการสิทธิประกันสังคมได้รับสิทธิรับบริการสาธารณสุขเทียบเท่าสิทธิบัตรทอง  โดยสำนักงานประกันสังคมจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้พิการที่มีงานทำและเข้าสู่ระบบประกันสังคม  สามารถเข้าถึงสิทธิหรือบัตรทองคนพิการได้ต่อไป  เนื่องจากระบบบัตรทองให้สิทธิคนพิการรักษาฟรีในสถานพยาบาลของรัฐแห่งใดก็ได้ขณะที่ระบบประกันสังคมคนพิการจะต้องจ่ายเงินสมทบเพื่อให้เกิดสิทธิ  และสามารถเข้ารับการรักษาได้เฉพาะโรงพยาบาลต้นสังกัดที่ลงทะเบียนประกันตนเอาไว้เท่านั้นโดยสำนักงานประกันสังคมจะโอนย้ายข้อมูลของผู้พิการที่เป็นผู้ประกันตนประมาณ 28,000 คน ไปให้กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  หรือ  สปสช.  พร้อมทั้งทำหนังสือแจ้งไปยังสถานประกอบการให้แจ้งสิทธิกับผู้พิการได้รับทราบว่าสามารถไปใช้สิทธิบัตรทอง  เพื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งได้ตั้งแต่วันที่ 15ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป

 

อนุมัติเรียนฟรี อนุบาล - ม. 6

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ   (คสช.) ได้ใช้ออำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่ง เรื่องให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

15  ปีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เมื่อวันที่  15  มิถุนายน  2559 โดยให้รัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปีให้กับเด็กตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่  6  หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช. 3) หรือเทียบเท่า  และให้หมายรวมถึงการศึกษาพิเศษ และการศึกษาสงเคราะห์ด้วย  โดยค่าใช้จ่ายทางการศึกษานั้น ได้แก่  ค่าจัดการเรียนการสอน   ค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน  ค่ากิจกรรม พัฒนาคุณภาพผู้เรียนและค่าใช้จ่ายอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ (อาทิ ค่าอุปกรณ์กีฬา สนามกีฬา และค่าจ้างครูชาวต่างชาติสอนภาษา เป็นต้น)  โดยให้ทุกโรงเรียนเตรียมการจัดให้เด็กได้รับการดูแล และพัฒนาร่างกาย  จิตใจอารมณ์ และสติปัญญา เพื่อให้เรียนอย่างมีมาตรฐาน และคุณภาพ  พร้อมให้มีการแก้ไข  พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติให้สอดคล้องกับคำสั่งดังกล่าวด้วย อนึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้มีนโยบายจัดการศึกษาโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 15 ปีโดยมีการตั้งงบประมาณเป็นรายปี และดำเนินการต่อเนื่องมาทุกรัฐบาล  คสช. จึงเห็นว่าเรื่องนี้สอดคล้องกับนโยบายด้านการศึกษาของ คสช. และนโยบายปฏิรูปการศึกษาของ

รัฐบาล  จึงสมควรยืนยันแนวทางดังกล่าว  และปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้นโยบายดังกล่าวยั่งยืนต่อไป

ไทยติดอันดับประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุด

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เผยผลสำรวจดัชนีความทุกข์ยาก (Misery Index) ประจำปี 2559 พบว่า

ไทยเป็นประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ อีก 74 ประเทศ โดยอ้างอิง

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วยอัตราการว่างงานค่าเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ และความเข้มแข็งของตลาด

แรงงาน จากรายงานระบุว่าไทยมีอัตราการว่างงานต่ำและมีเงินเฟ้อต่ำเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ทำให้ดัชนี

ความทุกข์ยากต่ำลงไปด้วย ส่วนประเทศที่ดัชนีความทุกข์ยากต่ำาเป็นอันดับสองและสามคือสิงคโปร์ และ

ญี่ปุ่น ตามลำดับ ในทางตรงกันข้ามประเทศที่มีความทุกข์ยากมากที่สุดในโลกคือ เวเนซุเอลา เนื่องจากราคา

น้ำมันที่ตกต่ำในช่วงที่ผ่านมา ทำให้รายได้จากการส่งออกน้ำมันลดลง และอัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น จนเกิด

วิกฤตเศรษฐกิจ และภาวะขาดแคลนอาหารและยารักษาโรค ส่วนประเทศที่มีความทุกข์ยากมากเป็นอันดับสอง

และสามของโลก คือ บอสเนีย และเฮอร์เซโกวีนาและแอฟริกาใต้ ตามลำดับ ทั้งนี้สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้รายงานด้วยว่า 15 อันดับประเทศที่มีความสุขในเชิงเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก (The 15 Happiest

Economies in the World) ได้แก่ ไทย ตามด้วยสิงคโปร์สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน เดนมาร์ก จีนสหรัฐอเมริกา นอร์เวย์ สหราชอาณาจักร ออสเตรียนิวซีแลนด์ ไอซ์แลนด์ มาเลเซีย และเยอรมนี ตามลำดับ

แพทยสมาคมโลก ยกโครงการบัตรทอง

เป็นแม่แบบของเอเชีย

สำนักข่าว  วอยซ์  ออฟ  อเมริกา  (VOA: Voice  of America)  ได้เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของ ศาสตราจารย์

Michael Gideon Marmot ผู้เชี่ยวชาญนโยบายการสาธารณสุขและดำรงตำแหน่งนายกแพทยสมาคมโลก (World Medical Association)  ยกย่องโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า(บัตรทอง)  ของไทยว่า เป็นแม่แบบสำหรับประเทศเศรษฐกิจโตเร็วในเอเชีย  โดยโครงการดังกล่าวครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่ของประเทศอย่างแท้จริง ขณะที่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ   ในเอเชีย เช่น อินเดีย ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง ทำให้คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล   ทั้งนี้ครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทยหรือบัตรทอง เริ่มต้นเมื่อปี  2544 ได้ให้บริการแก่ประชาชนที่ไม่มีการประกันสุขภาพราว 18 ล้านคน รวมทั้งอีกประมาณ  29 ล้านคนที่สามารถเข้ารับบริการได้บางส่วนโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าเกิดจากแนวคิดที่ต้องการให้มีบรการการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างเพียงพอ ที่จะทำให้ประชาชนทุกๆ คนสามารถเข้าถึงบริการได้ เพื่อการมี “สุขภาพดีถ้วนหน้า – Health for All”  ซึ่งเป็นเป้าหมายทางสังคมที่กำหนดขึ้นโดยสมัชชาอนามัยโลกเมื่อปี  2520  มีจุดประสงค์ที่จะยกระดับสุขภาพของประชาชนทุกคนในโลกให้อยู่ในระดับที่จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นอิสระ ไม่เป็นภาระแก่สังคม ในขณะเดียวกันก็สามารถช่วยเหลือผู้อื่นและประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมายสุขภาพดีถ้วนหน้ามุ่งที่จะปิดหรือลดช่องว่างในเรื่องสุขภาพระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วประเทศที่กำลังพัฒนา และประเทศด้อยพัฒนา  และต้องการให้เกิดความเสมอภาคและความยุติธรรมด้านสุขภาพในสังคม

ให้สิทธิบัตรทองกับผู้พิการทุกคน

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ   (คสช.) ได้ใช้อำนาจตามมาตรา  44  แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว  พ.ศ.  2557  ออกคำสั่งเรื่องการรับบริการสาธารณสุขของคนพิการ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

อนุมัติเรียนฟรี อนุบาล - ม. 6

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ   (คสช.) ได้ใช้ออำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่ง เรื่องให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15  ปีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เมื่อวันที่  15  มิถุนายน  2559 โดยให้รัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี

ไทยติดอันดับประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุด

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เผยผลสำรวจดัชนีความทุกข์ยาก (Misery Index) ประจำปี 2559 พบว่าไทยเป็นประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ อีก 74 ประเทศ โดยอ้างอิง ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

แพทยสมาคมโลก ยกโครงการบัตรทอง
เป็นแม่แบบของเอเชีย

สำนักข่าว  วอยซ์  ออฟ  อเมริกา  (VOA: Voice  of America)  ได้เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของ ศาสตราจารย์ Michael Gideon Marmot ผู้เชี่ยวชาญนโยบายการสาธารณสุขและดำรงตำแหน่งนายกแพทยสมาคมโลก (World Medical Association)  ยกย่องโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า(บัตรทอง)  ของไทยว่า เป็นแม่แบบสำหรับประเทศเศรษฐกิจโตเร็วในเอเชีย

© 2014 by Thai Health Report

รายงานสุขภาพคนไทย

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 

เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

โทรศัพท์ 02-441-0201-4  ต่อ 531, 532, 630 โทรสาร 02-441- 9333  

Facebook_Logo_(2019).png